แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษาไทย แสดงบทความทั้งหมด

ไข่ กับ คอเรสเตอรอล

อ่าน เป็นความรู้ค่ะ. ไข่ กับ คอเรสเตอรอล
โดนฝรั่งหลอกว่าไข่ไก่กินไม่ดี ไขมันสูง ลองมาอ่านของจริงบ้างเป็นอย่างไร เราโง่มานานแล้ว
คลอเรสเตอร์รอลมันเกิดจากการกินอาหารเพียง 20 %แต่มันสร้างโดยตับเราเองถึง 80% แล้วการสร้างอนุมูลอิสระตัว HDL ซึ่งเป็นตัวมีประโยชน์ต่อร่างกายได้ดีที่สุดคือ การกินไข่ จะได้เพิ่มถึง 48% เชียวนะ
ภาวะสมองเสื่อม..กับไข่ไก่ มีประโยชน์มาก...โปรดอ่านและเผยแพร่แก่ผู้ใกล้ชิดด้วย เห็นว่ามีคุณค่าและเป็นประโยชน์ จึงอยากเผยแพร่ต่อ.... หากใครได้ดูรายการ 'ข้อเท็จจริง..วันนี้' ทางช่องยูบีซี 7 ที่มีการการพูดคุยกับ ศ.นพ.รุ่งธรรม ลัดพลี เกี่ยวกับ เรื่อง 'ภาวะสมองเสื่อม..กับไข่ไก่ ' เรื่องที่มีการการสนทนากันนั้น พอจับใจความหลักๆ ได้ว่า ... จากค่านิยมเดิมๆที่ทราบกันว่า การบริโภคไข่ทุกวัน นั้น จะไปเพิ่มระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด
คุณหมอบอกว่า อยากให้เลิกค่านิยมดังกล่าวเสียเพราะข้อเท็จจริงในปัจจุบันนั้น ไข่นับว่าเป็นอาหารราคาถูก ปรุงง่าย แต่ มากด้วยคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดการที่หลายๆคนมีระดับคลอ เสลเตอรอลในเลือดสูงนั้น เป็นเพราะตับทำงานไม่มีประสิทธิภาพเอง คุณหมอยังกล่าวอีกว่า สำหรับคนที่มีระดับคลอเลสเตอรอลสูงในระดับ 200 นั้น หากทานไข่แล้ว มันไปเพิ่มอีกเพียง 20 แต่ตรงกันข้ามประโยชน์ที่ได้จากการทานไข่ มันมากกว่าไอ้ส่วนที่ไป เพิ่มระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด เป็นเพราะอาการเลือดในสมองน้อยหรือเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ การ รับประทานไข่ ทุกวันๆละอย่างน้อย 2 ฟอง จะช่วยได้มาก
คุณหมอยังอ้างถึงและพูดถึงผู้สูงอายุว่าการบริโภคไข่ทุกวันนั้น ไม่มีปัญหาดังที่เราๆเข้าใจกันแบบผิดๆ คุณหมอรักษาผู้สูงอายุหลายๆคนที่มาให้การรักษาในหลายๆโรค ขนาดอายุ 80 กว่า คุณหมอยังแนะนำให้ทานไข่วันละ 2 ฟอง
ผลก็คืออาการของโรคที่รักษาบรรเทาลง คนไข้มีอาการดีขึ้นกว่าเดิมมาก จากที่เดินไม่ค่อยได้ก็กลับมาเดินได้.......นี่เป็นตัวอย่างหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ไข่มีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่,ไข่เป็ด,ไข่นกกระทา, และอีกหลายๆชนิด แต่ไข่ไก่ดีที่สุดในกลุ่ม ส่วนการนำมาประกอบอาหารนั้นแล้วแต่ใจชอบ ประกอบอาหารแบบไหนได้ทั้งนั้น คุณหมอเสริมว่า ส่วนของไข่ที่ดีที่สุดนั้น อยู่ที่จุดๆหนึ่งในไข่แดงที่มีลักษณะคล้ายๆเส้นใยยึดส่วนอื่นๆไว้ (หากไม่เคยสังเกต ก็ลองเตาะไข่ดิบดู) พร้อมกันนี้ ได้มีการยกแผนภูมินำมาประกอบว่าประเทศไทยมีการบริโภคไข่ต่อคนมากน้อยเพียงใด ปรากฎว่า ต่ำกว่าหลายๆประเทศที่เจริญแล้ว โดยประเทศที่บริโภคไข่ต่อคนสูงสุดก็คือญี่ปุ่น รองๆลงมาก็มีจีนแดง, สหรัฐอเมริกา, ฯลฯ คุณหมอยังให้ข้อคิดว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ประชาชนส่วนใหญ่มีสติปัญญาที่ดี ทำไมอาหารมื้อเช้าทุกวัน ยังมีไข่เป็นส่วนประกอบเสมอ และทานกันทุกวัน แต่เรากลับยึดถือแต่ค่านิยมเรื่องคลอเลสเตอรอล.... การบริโภคไข่จะช่วยบำรุงสมองเป็นอย่างดี
อย่าไปสนใจพวกอาหารเสริมที่โฆษณากันเลย ไข่นี่แหละสุดยอดของอาหารแล้ว หากอยากฉลาด ต้องทานไข่ คุณหมอยังเสริมว่าภาวะเลือดที่ข้นเกินไป จะไม่เป็นผลดี เพราะการนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงร่างกายจะไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นควรดื่มน้ำสะอาดให้มากๆในแต่ละวัน ..... 

7สิ่งที่มุสลิมจะไม่บอกคุณ/ท่านสามี

บทความนี้เรียบเรียงขึ้นมา นั้นไม่ได้หมายความว่ามันถูกต้องทั้งหมด ซึ่งคาดหวังรอยยิ้มจากบรรดาสตรี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านชายจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม

1. หล่อนต้องการความรัก กล่าวได้ว่า เธอต้องการความรักและการเอาใจใส่อย่างมากจากสามีอันเป็นที่รักยิ่งของเธอ แต่บ่อยครั้ง เธอแสดงความรักต่อสามี แต่สามีเจ้ากรรม น้อยมากที่จะแสดงตอบกลับมา ซึ่งมันจะทำให้เธอรู้สึกเบื่อและเหนื่อยๆ ดังนั้นคุณสามีจะต้อง แสดงความเคารพภรรยา และทำให้เธอรู้สึก จับต้องได้ ถึงความรักที่สามีมอบให้ อย่างเป็นรูปธรรม “ฟันธง! หากเอาใจภรรยาเยอะๆ พวกเธอจะให้กลับ มากกว่าที่คุณคิดอย่างแน่นอน”

2. เธอมีอารมณ์เบื่อเยอะมาก การทำอะไรในสิ่งที่เหมือนเดิม ทุกๆวัน แน่นอนมนุษย์ต้องมีอาการเบื่อหน่าย โดยเฉพาะงานบ้าน ทำความสะอาด ดูลูก และทำอาหาร อย่าลืมว่า ภรรยามุสลิม จำนวนมากจะอยู่กับบ้านแทบทั้งวัน ลองคิดในทางกลับกัน หากผู้ชายอย่างเรา ทำงานบ้านทุกวัน เป็นเวลานาน จะเบื่อหรือไม่ ลองพาพวกเธอไปยังสถานที่พิเศษ โรแมนติก จะช่วยได้เยอะ แต่ทั้งนี้ มีสิ่งสำคัญกว่า คือ ช่วยแบ่งเบาภาระหรืองานประจำที่ภรรยาทำ ดังเช่นการสร้างประวัติศาสตร์ ให้ภรรยานั่งเฉยๆ แล้วคุณสามี กวาดบ้าน หุงอาหาร ทำกับข้าว จ่ายตลาด เลี้ยงลูก แทนพวกเธอสักวัน อย่าลืม “บีบนวด เธอด้วย”

3. เธออยากจะได้ยินคำชม การดูแลงานหลังบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย แสดงออกต่อภรรยาของคุณโดยการชื่นชม ชมเชย ใส่ใจกับสิ่งที่เธอทำ ง่ายๆ ที่สุดที่สามีควรเริ่มต้น คือ กล่าว “ขอบคุณ”

4. เธอเป็นคนขี้หึงมาก ถึงมากที่สุด แน่นอนว่าหากคุณไม่ใส่ใจอาจจะไม่รู้เลยว่า ผู้หญิงทุกคนขี้หึง มากๆๆ ดังนั้นต้องพึงระวัง อย่างเปรียบเทียบภรรยาคุณกับผู้หญิงคนใดในโลกนี้เป็นอันขาด “เธอดีกว่า เจ๋งกว่า เป็นที่หนึ่งแน่นอน” ดังนั้นการที่เธอแต่งตัวสวยๆ ด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ๆ “คุณควรจะพูดว่า สวยมาก ถูกใจผมอย่างที่สุด“ หรือแม้แต่ “สูตรใหม่รึ ไข่เจียว ถึงได้อร่อยขนาด” คงไม่เหนื่อยมากสำหรับผู้ชายอย่างคุณ โบราณเค้าสอนว่า “การโกหกภรรยาแบบนี้นะ เธอชอบ”

5. เธอต้องการให้คุณช่วยเหลือ ทำให้เธอเป็นมุสลิมะฮ์ที่ดี โปรดอย่าลืมหน้าที่ของสามี คือการสอนภรรยา มีไม่มากที่ผู้หญิงจะมีความรู้มากมาย และรอบรู้ในเรื่องต่างๆ หน้าที่ของสามีคือการเล่าเรื่องที่พบแต่ละวัน ตอบคำถาม แนะนำพวกเธอให้อยู่ในกรอบ ให้อยู่ในหลักการศาสนบัญญัติ นั้นหมายถึง คุณจะต้องเป็นผู้นำครอบครัว เป็นแบบอย่างที่ดี และช่วยให้เธอเป็นมุสลิมะฮ์ที่ดีขึ้น ปรากฏการณ์ที่เห็นชัดเจน อย่างเช่น ก่อนหน้าเธอไม่คลุมฮิญาบ คุณสามารถทำให้เธอคลุมฮิญาบได้ เธอละเลยเรื่องละหมาด คุณทำให้เธอละหมาดไม่ขาด เธออ่านกุรอานไม่คล่อง สอนให้เธออ่านกุรอานได้ เธออ่านแต่หนังสือนิยาย คุณอ่านฮาดิษ ให้เธอฟัง ทำซ่ะ บัดนาว

6. เธอไม่สนุกกับการด่าคุณ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายคิดว่าภรรยาบ่น จุกจิก จู๋จี้ แต่โปรดอย่าลืม พวกเธอไม่คิดอยากจะทำเลยแม้แต่น้อย แต่ตัวคุณนั้นแหละบีบบังคับให้พวกนางต้องทำ สำคัญอย่างยิ่ง หากเธอบ่นเกี่ยวกับเรื่องใด เรื่องหนึ่ง อย่างซ้ำๆ มันถึงเวลาที่คุณต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว และอย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยเป็นอันขาด เอาใจเธอซ่ะ ทำตามใจปรารถนาของเธอ และเธอจะมีความสุข เธอสุข คุณก็สุขด้วย

7. อยากให้ชีวิตการแต่งงานมีความสุข ผู้หญิงทุกคนอยากมีชีวิตคู่ที่มีความสุข ต้องการความมั่นคง ต้องการลูกที่ซอเลาะห์ ต้องการสามีที่ดูแลเอาใจใส่ ยืนเคียงข้างเธอ ดังคำกล่าวที่ว่า “ของขวัญที่ดีที่สุดของผู้ชาย คือการมีภรรยาที่ดี” ผู้ชายจงศึกษา หาความรู้ เกี่ยวกับชีวิตคู่ สิ่งเหล่านี้ ท่านนบีได้ทำเป็นแบบอย่างมาแล้ว แต่กระนั้น เราเองยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือทั่วไปเพื่อมาประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตของมุสลิม และท้ายที่สุด ชีวิตการแต่งงานก็จะมีความสุขนั่นเอง

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงบาง ส่วนเท่านั้น สำหรับผู้ชายบางคน การใส่ใจในเรื่องเล็กน้อย อาจจะดูจุกจิก แต่โปรดรำลึกเถิดว่า สำหรับผู้หญิงบางคน มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก บางครั้งคุณเอง จะรู้ตัวเมื่อสายด้วยซ้ำไป

เน้นย้ำ สำหรับผู้ชาย ให้ใส่ใจใน คำพูด คำขอร้องของผู้หญิงให้มาก และมากที่สุด อย่าทำหูทวนลม คิดว่าสิ่งที่พวกเธอบ่น ไม่สำคัญ กำลังจะบอกว่า อันตราย กำลังจะทำลายชีวิตครอบครัวของคุณ

..........................................

เมนูเด็ด นาซิดาแฆ อาหารพื้นเมือง ชายแดนใต้

นาซิดาแฆเป็นอาหารพื้นเมืองของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ ซึ่งนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย คำว่า "นาซิดาแฆ" มีหลายความหมาย หมายถึง ข้าวสำหรับคนอนาถา การได้ชื่อเช่นนี้สืบเนื่องมาจากส่วนประกอบสำคัญของนาซิดาแฆเป็นส่วนผสม ระหว่างข้าวจ้าวกับข้าวเหนียว ผู้มีรายได้น้อยถ้ามีข้าวจ้าวกับข้าวเหนียวเพียงบางส่วนก็สามารถนำมาปนกันทำ เป็นอาหารได้แล้ว
ในความหมายอื่น คำว่า "ดาแฆ" มาจาก "ดาฆัง" ในภาษาอินโดนีเซีย แปลว่า หาบ ดังนั้น นาซิดาแฆ แปลว่า ข้าวหาบและเนื่องจาก "ดาแฆ" ของชาวไทยมุสลิมภาคใต้ หมายถึงคนต่างถิ่น ดังนั้น นาซิดาแฆ จึงหมายถึง ข้าวของคนต่างถิ่นคือเป็นข้าวที่ชาวอินโดนีเซีย เป็นผู้นำมาเผยแพร่ในแถบนี้

 

วิธีการทำ/เครื่องปรุง
นาซิดาแฆประกอบด้วย ข้าวจ้าว ข้าวเหนียว ขิง ลูกซัด (ฮาลีมอ) หอมซอย น้ำกะทิ

วิธีปรุง
ใช้ ข้าวจ้าว ๓ ลิตร ข้าวเหนียว ๑ ลิตร มาปนกันแช่น้ำ ๑ คืน การนึ่งจะนึ่ง ๓ ครั้ง ครั้งแรกเป็นการนึ่งให้พอสุกเป็นไต เมื่อนึ่งสุกแล้วให้เทใส่ภาชนะ แล้วเอาหางกะทิคั้นไว้ผสมเกลือเล็กน้อยราดลงในข้าวคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้ว มูนกะทิไปนึ่งอีก เป็นครั้งที่สองเสร็จแล้วยกลงเทใส่ภาชนะเอาหัวกะทิที่แยกไว้มามูนอีกครั้ง หนึ่งเป็นครั้งที่สาม เพื่อให้ข้าวนิ่มและกะทิที่ใช้มูนให้ข้าวสุก เมื่อได้ข้าวเหนียวสุกแล้ว ผสมกับขิง หอมซอย ลูกซัด สามารถเก็บไว้ได้ทั้งวันไม่บูด นาซิดาแฆนิยมรับประทานกับแกงไก่ แกงปลา หรือแกงไก่และซามาโญ (มะพร้าวคั่วตำรวมกับน้ำตาล เกลือ) ที่ต่างปรุงพิเศษ สำหรับรับประทานกับนาซิดาแฆโดยเฉพาะ

ประโยชน์
นาซิดาแฆมักจะทำแจก จ่ายให้รับประทานกันในวันฮารีรายอซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญทางศาสนาอิสลามนอก จากนี้ยังนิยมทำรับประทานในวันธรรมดาด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่ามาเลเซียไม่มีนาซิดาแฆแบบมุสลิมภาคใต้ แต่จะมีนาซิลือเมาะ ซึ่งใช้ข้าวเหนียวมากกว่าข้าวจ้าวและเครื่องเคียงจะใช้ปลาอิกาบิริ
(ปลาเค็มตัวเล็กๆ)
-------------------

นาซิดาแฆ (Nasidagae)

นาซิดาแฆ เรียกเป็นภาษาไทยว่า “ข้าวมันแกงไก่”เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวไทยมุสลิมในภาคใต้ คำว่า “นาซิดาแฆ” หมายถึง ข้าวสำหรับคนอนาถา เพราะส่วนสำคัญของ นาซิดาแฆ ผุ้มีรายได้น้อยสามารถจะทำได้ อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง ข้าวของคนต่างถิ่น เนื่องจากชาวอินโดนีเซีย เป็นผู้นำมาเผยแพร่ ซึ่งในการทำ นาซิดาแฆ จะมี ๒ ขั้นตอน คือ ขั้นตอนทำข้าว และแกง

ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ นางแมะบูงอ หะแว อายุ ๖๓ ปี อาชีพ ค้าขาย
มีประสบการณ์ในการทำอาหาร ๔๐ ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ ๘๖/๑ หมู่ที่ ๑ ถนนจรูญวิถี อำเภอรามัน
จังหวัดยะลา
จำหน่าย ที่บ้านเลขที่ บ้านเลขที่ ๘๖/๑ หมู่ที่ ๑ ถนนจรูญวิถี อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ เป็นต้นไป เบอร์โทรศัพท์บ้าน ๐- ๗๓๒๕ – ๔๒๘๘

ประเพณี นาซิดาแฆ เป็นอาหารพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทยนับถือศาสนาอิสลามในภาคใต้ รับประทานเป็นอาหารมื้อหลักในตอนเช้าและงานประเพณีสำคัญ

เครื่องปรุง
๑. ข้าวเจ้าหอมมะลิสังหยด ๓ ลิตร
๒. ข้าวเหนียว ๑.๕ ลิตร
๓. หอมแดง ๓ ขีด
๔. ขิง ๑ ขีด
๕. หัวกะทิ ๑ กิโลกรัม
๖. เกลือ ๒ ช้อนชา
๗. น้ำดาลทราย ๒ ช้อนชา
๘. เม็ดฮาลือบอ ๘ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
๑. แช่ข้าวเหนียวในน้ำสะอาด ประมาณ ๓ – ๔ ชั่วโมง
๒. นำข้าวเหนียวและข้าวเจ้ามาผสมกันแล้วนำไปนึ่งพอสุก
๓. นำหัวกะทิครึ่งหนึ่งมาใส่ลงในข้าวเจ้าและข้าวเหนียวที่กำลังสุก คนให้ทั่วใส่ฮาลือบอแล้วเคล้าให้เข้ากัน
๔. เอาหัวกะทิส่วนที่เหลือใส่น้ำตาล เกลือ หอมซอย ขิงซอย ผสมกัน ชิมรสให้กลมกล่อมแล้วนำมามูลกับข้าวที่นึ่งสุกแล้ว

แกงไก่
ส่วนผสม
๑. มะพร้าว ๑ กิโลกรัม
๒. หน้าอกไก่ ๑.๕ กิโลกรัม
๓. พริกแห้ง ๒๐ เม็ด
๔. หอมแดง ๑๐ หัว
๕. กระเทียม ๘ กลีบ
๖. ตะไคร้ ๓ ต้น
๗. ข่า ๑ ขีด
๘. ขมิ้น ๑ ช้อนโต๊ะ
๙. น้ำตาลแว่น ๑ แว่น
๑๐. น้ำมะขามเปียกครึ่งถ้วย
๑๑. ไข่ไก่ต้ม ๑๐ ฟอง
วิธีทำ
๑. โขลกเครื่องแกงเข้าด้วยกันให้ละเอียด
๒. นำหัวกะทิมาผัดกับเครื่องแกงจนแตกมัน
๓. นำไก่พร้อมหางกะทิและเครื่องปรุงตามลงไป ชิมรสให้ออกเค็มนำหน้า
๔. เสิร์ฟพร้อมกับไข่ต้มและผักสด เช่น แตงกวา
เมื่อข้าวที่มูลไว้เย็นแล้วตักใส่จานโรยหน้าด้วย “ซามาโญ” (มะพร้าวคั่วตำกับเกลือและน้ำตาล)
เครื่องปรุงซามาโญ
๑. มะพร้าวคั่ว ๔ ช้อนโต๊ะ
๒. ตะไคร้หั่นฝอย ๒ ต้น
๓. น้ำตาลแว่น ๒ แว่น
๔. หอมแดง ๕ หัว
๕. กระเทียม ๓ กลีบ
๖. เกลือ ๑ ช้อนชา
๗. ปลาทูต้ม ๑ ตัว
วิธีทำ
นำมะพร้าวมาโขลกผสมกับเครื่องปรุงทั้งหมดให้ละเอียด พร้อมทั้งปลาทูใส่เนื้อปลาทูต้ม โขลกแล้วชิมรส

สิ่งที่ผู้หญิงชอบโพสต์มากที่สุดคือ ?



ผลละบาป พันกว่าไลค์

กินเม็ดบัวป้องกันมะเร็งตับ


แหล่งโปรตีนเช่นเดียวกับการกินถั่วเหลือง ที่ธัญพืชพื้นบ้านชนิดนี้สร้างความฮือฮาให้ชาวโลกคือ มีการวิจัยพบว่า เม็ดบัวมีสารแอนติออกซิแดนต์ในปริมาณสูง ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น ชะลอการเสื่อมของอวัยวะและผิวพรรณ ป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ
เม็ดบัวมีประโยชน์ทางยาสูงมาก แพทย์แผนไทย แนะนำว่า ช่วยบำรุงกำลัง แก้โรคข้อต่างๆ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ส่วนแพทย์แผนจีนบอกว่า ช่วยบำรุงไต ม้าม หัวใจ และตับซึ่งตรงกับงานวิจัยในต่างประเทศที่ระบุว่า
“สารแอนติออกซิแดนต์จะช่วยปกป้องและบำรุงตับ โดยเฉพาะตับที่ต้องขับสารแอฟลาท็อกซิน(Aflatoxin) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งตับออกจากร่างกาย การกินเม็ดบัวจึงสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้”
เม็ดบัวไทย-จีน ความเหมือนที่แตกต่าง
การเลือกกิน เม็ดบัวส่วนใหญ่ที่เราเห็นทั่วไป จะเป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีนซึ่งจะมีเมล็ดขนาดใหญ่ ผ่านการกะเทาะเปลือก ดึงดีบัว(ต้นอ่อนที่ฝังอยู่กลางเมล็ดมีสีเขียวเข้ม)ออก และอบแห้งแล้ว
ส่วนเม็ดบัวไทยนั้นไม่ค่อยพบวางจำหน่ายในท้องตลาด เนื่องจากมีเมล็ดเล็ก จึงไม่เป็นที่นิยม แต่จากผลการวิจัยของ อาจารย์ปริญดา ที่ศึกษาเปรียบเทียบปริมาณสารแอนติออกซิแดนต์ในเม็ดบัวไทยและจีนพบว่า เม็ดบัวไทยมีปริมาณสารแอนติออกซิแดนต์สูงกว่าเม็ดบัวจีน 5-6 เท่า
อาจารย์ปริญดาจึงแนะนำว่า ถ้าต้องการให้ร่างกายได้รับสารแอนติออกซิแดนต์ปริมาณสูงควรเลือกกินเม็ดบัวไทยดีกว่า โดยเฉพาะเม็ดบัวไทยสด
วิธีกินคือ ลอกเปลือกออกจากเมล็ด โดยไม่ดึงเยื่อหุ้มเมล็ดและดีบัวออก กินสดๆทั้งเมล็ด จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านมะเร็งซึ่งอยู่บริเวณเยื่อหุ้มเมล็ด และดีบัวในปริมาณสูง
ส่วนชนิดอบแห้งนั้น เรานำมาทำอาหารคาวหวานได้หลากหลาย ที่คุ้นเคยกันดี คือ น้ำอาร์ซี เม็ดบัวต้มน้ำตาลทรายแดง ผสมในเต้าฮวย หรือเต้าทึง ข้าวอบใบบัว เป็นต้น
ส่วนเคล็ดลับการเลือกซื้อให้ได้ของสดใหม่ คุณภาพดีมีดังนี้ค่ะ
ชนิดอบแห้ง
1. ควรเลือกเมล็ดที่มีสีเหลืองนวล ถ้ามีสีเหลืองเข้ม แสดงว่าเป็นเม็ดบัวเก่าที่เก็บไว้นานแล้ว เมล็ดไม่แตกหัก และไม่มีฝุ่นละอองปนเปื้อน
2. ขั้วเมล็ดไม่ดำคล้ำ เพราะจะเป็นเมล็ดที่เก็บไว้นานแล้ว
3. ไม่มีกลิ่นสาบหรือเหม็นหื่น
ชนิดฝักสด
เลือกฝักที่มีเมล็ดขนาดใหญ่ สีเขียวอ่อน จะได้เม็ดบัวที่มีเนื้อกรอบ หวานกำลังดี
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ขอขอบคุณข้อมูลจากชีวจิต

ชอบได้ เป้นแฟนไม่ได้

การรอคอย '' คู่ครอง '' ของเรานั้น เป็นสิ่งที่ดี แต่.. จะต้องควบคู่ไปกับการขอ '' ดุอาอฺ ''+ " ความพยายาม " พร้อมกับ '' จงแก้ไขที่ " ตัวเอง " ก่อนแล้วเรา !!! ถึงจะได้เจอกับ '' คู่ครองที่ดีต่อไป... '' อามีน เพราะทุก '' ความหวัง '' ต้องเริ่มต้น !!!! ด้วย '' ดุอาอฺ '' ไม่ใช่ " แค่หวัง " แต่ไม่ทำอะไรเลย รออย่างเดียว ไม่ได้พยายามไปด้วย ก็ไม่ดีเสมอไป ... เราขอดุอาอ. แล้วเขาก็ดุอาอ. อินชาอัลลอฮสักวันคงได้เจอกันน่ะ رَبَّنَا هَبْ لَنَا مِنْ أَزْوَاجِنَا وَذُرِّيَّاتِنَا قُرَّةَ أَعْيُنٍ وَاجْعَلْنَالِلْمُتَّقِيْنَ إِمَامًا ความว่า : " โอ้พระผู้อภิบาลของเรา ขอทรงโปรดประทานแก่เรา ซึ่งคู่ครองและลูกหลาน ให้เป็นที่รื่นรมแก่สายตาของเรา และขอทรงโปรดให้เรา เป็นแบบอย่างแก่บรรดาผู้ยำเกรง "
มื่อพูดถึงวิธีแก้ปัญหาเรื่องความรัก
หลายคนมักนึกไปถึง ก า ร แ ต่ ง ง า น
โดยลืมไปว่า วิธีที่ท่านนบีของเราแนะนำไว้หากหัวใจอ่อนแอมากๆ
การแต่งงาน เป็นวิธีสำหรับ ผู้ ที่ พ ร้ อ ม
สำหรับอีกหลายๆคนที่ยังไม่พร้อม
สิ่งที่ท่านนบีแนะนำก็คือ ถื อ ศี ล อ ด

หลายคนเรียกร้องคนจำนวนมากให้ แ ต่ ง ง า น
ทำไมเราไม่ลองเรียกร้องให้เขา ถื อ ศี ล อ ด ดูบ้าง?
มันเป็นสิ่งที่ทำได้โดยไม่ต้องรอใครอีกคนหรือหลายคนมาร่วมด้วย
มันเป็นเรื่องที่ดูคล้ายว่าจะง่ายกว่าการแต่งงานเสียอีก
วัลลอฮุอะอฺลัม ภาพจาก ปรับความคิด พลิกสู่ชีวิต สู่ความสำเร๊จ แบบอิสลาม

วันโลกแตก / โลกอวสาน


==วันโลกแตก / โลกอวสาน==
......สัญญาณเตือน:------------
1) มัสยิดมาก/สวย คนละหมาดน้อย (มีแล้ว)
2) มีต้นไม้ขึ้น ที่ทุ่งอารอฟัฮ ประเทศซาอุฯ (มีแล้ว)
3) อากาศเสีย และร้อนขึ้น(มีแล้ว)
4) ผู้ชาย(ทำตัว)เหมือนผู้หญิง / ผู้หญิง(ทำตัว)เหมือนผู้ชาย (มีแล้ว)
5) แม่ เกรงกลัวต่อลูกๆ (มีแล้ว)
6) อาหารย้อมสี เพื่อความสวยงาม (มีแล้ว)
7) ผู้รู้ศาสนา ทำผิดเสียเอง เพื่อหวังเงินทอง (มีแล้ว)
8) เกิดแผ่นดินไหวที่ ทางตะวันตก/กลาง/ตะวันออก
----(เกิดที่มอร็อคโค/ที่ญี่ปุ่น/สุดท้ายที่อีหร่าน)
9 ) มี"ยะญูจ"และ"มะญูจ" ออกมาอาละวาด ทำลายทุกอย่าง (ยังไม่เกิด)
10) นาบีอีซา ลงจากฟากฟ้ามายังโลก (ยังไม่เกิด)
11) ดัชญาลและอีหม่ามมัฮดี บังเกิดยังโลก (ยังไม่เกิด)
12) ดวงอาทิตย์ขึ้น ทางทิศตะวันตก เพื่อปิดประตูเตาบัต (ยังไม่เกิด)
13) ผู้ชายและผู้หญิงทำซีนา(ร่วมเพศ)กลางท้องถนน/ในสวนสาธารณะ (ยัง..)
14) เกิดการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่สุด ทุกอย่างพังพินาศ (อวสาน.........)

8 ซูเราะห์สำหรับเเม่ผู้ตั้งครรภ์



ซูเราะห์ มัรยัม >> คลอดง่าย + ลูกที่ซอและห์
ซูเราะห์ ยูซูฟ >> ให้ลูกงดงามทั้งรูปกายและอัคลาก
ซูเราะห์ ยาซีน >> ให้หัวใจนั้นสงบ และห่างไกลจากอิบลิสและชัยฏอน ..
ซูเราะห์ อันนะหฺลฺ >> ลูกที่เกิดมาเป็นลูกที่มีระเบียบวินัย
ซูเราะห์ ลุกมาน >> เพื่อให้ลูกมีความคิดสติปัญญาและจิตใจที่ดี
ซูเราะห์ อัลฟาตีฮะห์ >> เพื่อจิตใจที่สดใสและความจำที่ดี...
ซูเราะห์ อัตเตาบะห์ >> เพื่อความบริสุทธิ์ของจิตวิญญาณและป้องกันตัวเองจากความชั่วร้าย(เมาะเซียต)...
ซูเราะห์ อัลหุญร๊อต >> เพื่อเพิ่มน้ำนมแม่และลูกที่เกิดมาเป็นคนช่างสังเกต...
อย่างไรก็ตาม ซูเราะห์อื่นๆ ก็สามารถอ่านได้เพื่อเป็นการทำอิบาดะห์ไม่ต้องเจาะจงซูเราะห์ใดซูเราะ ห์หนึ่ง ถือเป็นการทบทวนอัลกุรอานไปในตัวอีกทั้งลูกยังได้ฟังอีกด้วย

‪#‎ขอดุอาอฺให้คลอดลูกง่ายๆ‬ (เอาเป็นคำแปลมาให้อ่านกันค่ะ)
- ข้า แต่อัลลอฮฺ แท้จริงข้าพระองค์ขอฝากทารกในมดลูกของข้าพระองค์ไว้กับพระองค์ พระองค์ท่าน คือผู้ซึ่งไม่ทำให้ของฝากของพระองค์นั้นสูญหาย
- ข้า แต่อัลลอฮฺ ขอพระองค์โปรดทรงรักษาทารกของข้าพระองค์ โปรดทรงคุ้มครองปกป้องเขา โปรดทรงให้เขาคงอยู่อย่างมั่นคงในมดลูกของข้าพระองค์ และโปรดทรงให้การตั้งครรภ์เขาดำเนินไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยดี
- ข้า แต่อัลลอฮฺ ขอพระองค์โปรดทรงสร้างเขาในเรือนร่างที่สวยงามยิ่ง และโปรดทรงปกป้องเขา ให้พ้นจากความอัปลักษณ์ และโรคภัยทั้งหมดด้วยเถิด
- ข้า แต่อัลลอฮฺ ขอพระองค์โปรดทรงให้การตั้งครรภ์ การคลอด การให้นม และการเลี้ยงดูเขาเป็นเรื่องง่ายดาย โปรดทรงให้เขาเป็นบ่าวผู้เชื่อฟังพระเจ้า เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ สามัคคีกับพี่น้อง เป็นคนที่มีค่ายังประโยชน์ต่อประชาชาติของพระองค์ และโปรดทรงให้เขาเป็นผู้ที่เพิ่มจำนวนให้กับอิสลามและมุสลิมทั้งหลายด้วย เถิด
- ข้า แต่อัลลอฮฺ ขอพระองค์โปรดทรงให้เขาเป็นมุสลิม เป็นคนดี เป็นบ่าวผู้ภักดี เป็นผู้ที่รำลึกถึงพระองค์ เป็นผู้จดจำอัลกุรอาน และเป็นหนึ่งในผู้ปฎิบัติตามอัลกุรอานด้วยเถิด

ทานกล้วยที่สุกจนฉ่ำผิวเปลือกคล้ำ ช่วยต้านมะเร็ง

นักวิจัยชาว ญี่ปุ่นได้ระบุว่ากล้วยที่สุกเต็มที่จะสร้าง สาร TNF (Tumor Necrosis Factor) สารตัวนี้มีความสามารถที่จะต่อสู้กับเซลล์ ที่ผิดปกติ เช่น เซลล์มะเร็งเป็นต้น สาร TNF เป็นตัวที่ช่วยสร้าง CD4 ให้ เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยในการสร้างภูมิต้านทานในร่างกายเราให้สูงขึ้น ในจำนวน กล้วยทั้งหมด กล้วยไข่จะมีสารต้านมะเร็งมาก มีสาร TNF มากที่สุด โดยให้เลือกชนิดที่มีจุดดำๆ จะดีที่สุด คำแนะนำคือให้กินกล้วยวันละ 1-2 ใบเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ และอื่นๆ กล้วยทีมีผิวเหลืองและมีจุดดำๆหลายๆแห่งจะมีคุณสมบัติในการเพิ่มเม็ดเลือดขาว ได้มากกว่ากล้วยที่มีผิวเขียวถึง 8 เท่า

Credit : นิตยสารไม่ ลองไม่รู้เพื่อเกษตรวันนี้

ระหว่าง แม่ กับภรรยา คุณจะเลือกใคร


เรื่องจริงที่เกิดขึ้น
(ซึ่งแม้คลิปวีดีโอข้างล่างนี้มิใช่มาจากของจริงแล้วก็ตามแต่อย่างน้อยก็เพื่อเราได้รับรู้โดยไม่ต้องจินตนาการมาก )
ได้มีเจ้าบ่าวสาวคู่หนึ่งได้จัดงานแต่งงาน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งในวันแต่งงานของทั้งสองนั้นได้มีแขกผู้มีเกียรติจากทั้งสองเป็นอย่างได้มาแสดงความยินดีและเพื่อนพ้องของเจ้าบ่าวสาว พอถึงเวลาเก็บรูปความส่งจำและเพื่อจะลงในนิตยสารเล่มหนึ่ง จู่ๆก็ได้มีแม่ของฝ่ายเจ้าบ่าวมาแสดงความยินดีกับลูกและสวมกอดกันฝ่ายเจ้าสาวไม่ค่อยพอใจเพราะอาจทำให้บรรยากาศการแต่งงานถูกขัดจังหวะโดยแม่แก่ๆของฝ่ายชาย(อาจเป็นเพราะแม่ของฝ่ายชายนั้นได้สวมผ้าคลุมฮิญาบหรือเปล่า) ก็เลยสะกิดว่าที่สามีว่าให้เชิญแม่นั้นลงจากเวที แต่ฝ่ายชายบอกว่าให้แม่ถ่ายร่วมด้วย แต่ฝ่ายเจ้าสาวไม่ยอมยืนกรานสถานเดียวก็เลยต้องตามใจเจ้าสาว ฝ่ายชายก็เลยต้องเชิยแม่ของตนกลับไปนั่งพร้อมกับพี่สาวน้องสาวของตน ฝ่ายแม่จำยอมต้องก้าวลงจากเวทีโดยไม่สามารถถ่ายรูปร่วมกับคู่บ่าวสาวแต่อย่างใด พอฝ่ายชายถ่ายได้สักสองสามรูปแล้วก้ได้มองไปยังแม่ซึ่งแม่นั้นมิเคยละสายตาจากลูกเลย และฝ่ายชายได้สลับมองไปยังแม่และเจ้าสาวหรือว่าที่ภรรยาของตน แล้วฝ่ายชายก็ก้าวลงจากเวทีสักสองสามก้าวพลางพูดขึ้นว่า ในที่นี้ใครจะซื้อแม่ของผมไหม? ซึ่งแม่ พี่สาวน้องสาวต่างตกตะลึงกับคำพูดของพี่ชายและแม่เองก็เกือบช็อกที่ได้ยินคำพูดนี้ออกจากปากของลูกและไม่เคยคิดว่าคำๆนี้จะออกจากปากได้และคิดว่าเหตุใดลูกจึงได้กระทำเช่นนี้กับตน พร้อมกับน้ำตาไหลลงอาบแก้ม ฝ่ายลูกชายก็ได้ถามอีกว่า แล้วมีใครไหมจะซื้อแม่ของผมด้วย? – และลูกก็ได้รำลึกถึงอดีตตอนตนเองยังเป็นเด็กเล็กที่คอยได้รับการเลี้ยงดูจากแม่ คอยอาบน้ำให้ คอยปลุกให้ คอยจูบและคอยพูดกับลูกๆด้วยคำว่า โอ้ลูกรักของฉัน แม่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก คอยห่มผ้ายามนอน – แล้วก็ได้ถามอีกว่าในที่นี้มีใครจะซื้อแม่ของผมไหม? ไม่มีใครเลยหรอที่จะซื้อแม่ของผม และพ่อแม่ของฝ่ายเจ้าสาว ญาติพี่น้องต่างอยู่ในอาการตกใจกับการกระทำของฝ่ายเจ้าบ่าว แล้วก็มองหารอบๆว่าจะมีใครบ้างที่จะซื้อแม่ของตน และปรากฏว่าไม่มีใครจะซื้อแม่ของตน พลางเดินไปยังแม่แล้วสวมกอดแม่พร้อมกับจุมข้อเท้าของแม่ แล้วกล่าวว่า แม่ค่ะผมขอโทษด้วย แล้วได้บอกกับทุกคนว่า หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนเพื่อลูก และผม จนผมมีวันนี้ จนผมเรียนจบวิศวกรรม และแม่ยอมทุกอย่างเพื่อเราและแม่รักผมมากด้วยน่ะ รู้ด้วยน่ะเจ้าสาว แม่พร้อมจะซื้อผมกับทุกอย่างที่แม่มี ยามผมป่วย ยามผมทุกข์ ขออัลลอฮ์ตอบแทนแม่ด้วยเทอญ แล้วก็พูด แม่ค่ะผมจะซื้อแม่เองค่ะ หลังจากนั้นได้พาแม่ของตนเดินออกจากพิธีงานแต่งด้วยการทิ้งเจ้าสาว และเลือกแม่มากกว่า

เรื่อง สนทนาระหว่างสามีกับภารยา




สามีภรรยากำลังพูดคุยกัน

สามีพูดว่า : A B C
ภรรยาก็พูดว่า : คุณพูดเรื่องอะไร ? ฉันงงนะ

สามีก็ตอบว่า : Always Be Careful (โปรดรักษาตัวอย่างสม่ำเสมอ)
ภรรยาก็พูดว่า : อ้าวหรอ ? แล้วยังไงต่อล่ะ ?

สามีก็พูดต่อว่า : D E F G
ภรรยาก็พูดว่า : มันคือ... ?

สามีก็ตอบว่า : Don't Ever Forget Girl (อย่าได้ลืมเด็กผู้หญิง)
ภรรยาทำหน้างง : แล้วก็ถามว่า เด็กผู้หญิงหรอ ?

สามีก็ตอบว่า : ใช่แล้ว ตัวของฉันคือ H I
ภรรยาก็ถามว่า : อะไรคือ H I ?

สามีก็ตอบว่า : Happily Inlove (ช่างมีความสุขในความรัก)
ภรรยาก็พูดว่า : อืมมม แล้วไงต่อ ?

สามีก็พูดว่า : J K L M (Just Keep Loving Me) ขอเพียงแค่คุณรักฉัน
ภรรยาก็พูดว่า : แล้วตัวอักษรที่เหลือล่ะ N O P Q R S T U V W X Y Z ?

สามีก็ตอบว่า : No Other Person Quite, Reasonable, Shall
Treat U Very Well Xcept Your Zauj

ไม่มีใครผู้ใดอีกแล้วที่เหมาะสมในการดูแลรักษาตัวคุณได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากสามีของคุณนี่ไง ^^



✿ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ✿



บทความดีๆโดย : Ber"couple" itu Haram.
ถอดความและเรียงคำโดย : อูลุล อัลบ๊าบ


จากสงครามฝิ่นแผ่นดินจีน...สู่สงครามน้ำกระท่อมแผ่นดินปาตานี...

เรื่องที่ผู้เขียนตั้งใจเอามาเขียนเป็นบทความในครั้งนี้ โดยส่วนตัวของผู้เขียนเองมีความรู้สึกท้าทายตัวเองไม่น้อย แต่มีความตั้งใจที่อยากให้บทความชิ้นนี้เป็นอีกชุดความคิดหนึ่ง ที่สามารถเป็นคุณประโยชน์ให้แก่สังคมโดยทั่วไปได้ โดยเฉพาะคนหนุ่ม คนสาว ในปาตานี แผ่นดินเกิดของตัวผู้เขียนเอง ปฐมเหตุที่กระตุ้นให้ตัวผู้เขียนถ่ายทอดแนวคิดตัวเองต่อเหตุการณ์การระบาด ของยาเสพติดชนิดน้ำกระท่อม ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในทุกๆพื้นที่ ที่น่าตกใจ บุคคลที่เป็นผู้เสพน้ำใบกระท่อม ส่วนใหญ่แล้วเป็นเยาวชนในพื้นที่ความขัดแย้งจังหวัดชายแดนภาคใต้เกือบทั้ง สิ้น เฉลี่ยคือ 80-90% ของเยาวชนในพื้นที่ติดนำ้ใบกระท่อมอย่างงอมแงม อีกทั้งยังระบาดไปถึงเหล่านักศึกษาผู้เป็นความหวังของสังคม ในฐานะบุคคลที่มีกำลังกายที่แข็งแรงและมีพื้นที่ที่เอื้ออำนวยต่อการศึกษาหา ความรู้เพื่อชี้แนะสังคม สิ่งหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในความรู้สึกของผู้เขียน เมื่อได้ยินคนพูดว่า 80-90% เยาวชนในปาตานีติดน้ำกระท่อม ผู้เขียนเองจะมีความรู้สึกขัดแย้งในใจขึ้นมาทันทีว่า ไม่เชื่อ! มันไม่จริง! อะไร...คือเครื่องมือในการชี้วัดที่ยืนยันได้ว่าเยาวชนในปาตานี ติดน้ำใบกระท่อมเฉลี่ยแล้ว80-90%ของเยาวชนในพื้นที่ ผู้เขียนยังมีความรู้สึกเห็นแย้งกับแนวคิดดังกล่าว จนเป็นที่พูดคุยของคนหลายๆคนว่าเป็นเช่นนั้นจริง ผู้เขียนจึงเริ่มที่จะเชื่อว่ามันคือเรื่องจริง ซึ่งก็น่าหดหู่ยิ่งนักกับคราวข่าวดังกล่าว มันเยอะขนาดนี้เลยหรือ ทำไม...มันต้องเกิดขึ้นในช่วงนี้ด้วย? ทำไม...มันต้องมาในช่วงที่บ้านเมืองในปาตานีกำลังมีเหตุแห่งความรุนแรง? ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่ปรากฏ ทำไมมันต้องเกิดมาในช่วงที่สังคมปาตานีต้องการคนหนุ่ม คนสาว เพื่อลุกขึ้น...มากอบกู้ ปกป้องมาตุภูมิของตนเอง ลุกขึ้น...มาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระดับรุนแรงในบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง ให้ดำเนินอยู่ด้วยสันติสุขที่ยั่งยืน ทำไม...พื้นที่ที่มีเจ้าหน้าที่รัฐหลากหลายฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่กันอย่าง เคร่งครัด มีด่านตรวจบนถนนสายหลัก สายรองเป็นร้อยๆจุด แต่ปัญหาวัยรุ่นกับน้ำกระท่อมในปาตานี ไม่มีทีท่าว่าจะหมดไป แม้ทางเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้นำชุมชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมมือกันเพื่อหาวิธีในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ได้พยายามจัดให้มีโครงการต่างๆนาๆ เพื่อใช้พื้นที่ตรงส่วนนี้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด แต่สิ่งที่เห็นกลับขัดแย้งกับถ้อยแถลงที่สวยงามของโครงการ ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุใดที่ยาเสพติดยังคงระบาดอย่างหนักในพื้นที่ปาตานี ทั้งๆที่มีการคุมพื้นที่อย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นคำถามที่ยังคงไร้วี่แววของคำตอบว่าเป็นเพราะเหตุใด?
เมื่อต้นเดือนธันวาคม ตัวผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมงานเสวนา ภายใต้หัวข้อเรื่อง สงครามและสันติภาพ ประชาชน “ปาตานี” จะกำหนดชะตากรรมตนเองได้หรือไม่?อย่างไร? คำถามที่ผู้เขียนสงสัยว่าเหตุใดยาเสพติดชนิดน้ำกระท่อมถึงระบาดหนักใน พื้นที่ปาตานี มีผู้เสวนาท่านหนึ่งในวงเสวนาเดียวกันนี้ คือนายการิยา มูซอ เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สนน.จชต.)ได้พูดถึงประเด็นของ สงครามฝิ่นว่ามีเป้าประสงค์ซ่อนเร้นเหมือนกันกับสงครามน้ำกระท่อมในปาตานี ผู้เขียนเองจึงนึกขึ้นมาได้ว่า ใช่สงครามฝิ่นที่ประเทศจีน อาจเป็นคำตอบที่เราตามหาก็เป็นได้ จึงกลับไปศึกษา ค้นคว้าหาข้อมูล แต่ข้อมูลที่ได้มา คงต้องใช้พื้นที่กระดาษอีกหลายแผ่นทีเดียว ผู้เขียนจึงขออนุญาตสรุปความเป็นมาของเหตุการณ์สงครามฝิ่นที่ประเทศจีนในแบบ ของผู้เขียนเอง เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น และกระชับพื้นที่กระดาษมากขึ้น (หากมีความเข้าใจผิดพลาดประการใดขอช่วยชี้แนะความเข้าใจที่ถูกต้องด้วย)
มีบ้านอยู่หลังหนึ่ง ชื่อว่า “บ้านจีน” บ้านจีนมีผู้ปกครองเป็นของตนเอง มีประชาชนเป็นของตนเอง มีอำนาจทางการเมือง การปกครองเป็นของตนเอง มีกองกำลังทหารเป็นของตนเอง มีอำนาจบริหารเศรษฐกิจเป็นของตนเอง มีกฏหมายเป็นของตัวเอง และมีวัฒนธรรมเป็นของตนเอง บ้านจีนมีความมั่งคั่งร่ำรวยด้านทรัพยากรต่างๆมากมาย โดยเฉพาะใบชา ผ้าไหม และฝ้าย ในยุคที่บ้านจีนปกครองบ้านเมืองอย่างมีความสุข คนหนุ่ม คนสาวขยันขันแข่งในการช่วยชาติ บ้านเมือง แต่เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่โจรตะวันตกผู้โลภมาก มีนิสัยรักการออกปล้นบ้าน ปล้นเมืองคนอื่นไปเป็นของตัวเองเป็นชีวิตจิตใจ นั้นคือโจรบ้านอังกฤษ และจีนก็เป็นหนึ่งในแผนการชั่วของโจรบ้านอังกฤษ เขาต้องการเพียง ใบชา ผ้าไหม ฝ้าย แต่ด้วยความชั่วที่มีอยู่ของบ้านอังกฤษ จะติดต่อเจรจาแบบนักการค้าทั่วๆไปไม่ได้ ต้องมีอะไรบางอย่างที่สามารถหลอกให้บ้านคู่เจรจาหลงกลชั่วของเขาให้ได้ เพื่อที่จะสามารถเข้าไปปล้นบ้านเขาในครัั้งหน้าอย่างสบาย แล้วถ้าได้เปลี่ยนคนในบ้านให้เป็นคนของเขา ก็ยิ่งดี ดังนั้นบ้านจีนถูกบ้านอังกฤษใช้แผนชั่วหลอกล่อด้วยฝิ่น โดยอ้างว่ามันคือยา ต่อมาชาวจีนโดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่ม-คนสาว ติดฝิ่นกันงอมแงม ไม่สนใจการบ้าน การเมือง ไม่สนใจการเรียนหนังสือ ใครจะเป็นอะไรฉันไม่สน ขอตัวเองได้เสพฝิ่นไปวันๆก็เพียงพอ หลังจากที่มอมยาคนในบ้านจีนสำเร็จแล้ว ทำให้คนบ้านจีนโดยเฉพาะเยาวชนจมปลักอยู่กับการเสพฝิ่น ไม่สนใจการบ้าน การเมืองว่าจะเป็นเช่นใด บ้านอังกฤษจึงปฏิบัติการชั่วโดยทันที บ้านอังกฤษได้ทั้งใบชา ผ้าไหม ฝ้าย เพื่อส่งกลับไปยังโรงงานในบ้านของตน อีกทั้งยังได้กำไรมหาศาลจากการค้าฝิ่นอีกด้วย แต่ใช่ว่าคนในบ้านจีนทัั้งหมดจะติดฝิ่นกันงอมแงม ยังคงมีกลุ่มคนที่เป็นยังเป็นห่วงบ้าน ห่วงเมืองตัวเอง ได้เห็นความหายนะที่ก่อโดยคนนอกพื้นที่ เข้ามาจัดการกับทรัพยากรในบ้านของเราเหมือนเป็นบ้านของตน เราต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องบ้านของเรา และขับไล่คนชั่วออกไปจากบ้านของเรา จึงมีการรวมคนในบ้านจีนให้เป็นหนึ่งเพื่อลุกขึ้นต่อสู้กับการค้าฝิ่นของบ้าน อังกฤษ จนได้ประสบความสำเร็จในที่สุด บ้านจีนกลับมาเป็นบ้านจีนที่อยู่อย่างมีความสุขเช่นเดิม ผู้คนในบ้านจีนสำนึกถึงบทเรียนความผิดพลาดในอดีต แล้วสร้างคนในบ้านจีนให้เป็นหนึ่งอย่างเข้มแข็ง จนมาถึงวินาทีนี้บ้านจีนได้ผงาดเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลด้านเศรษฐกิจของโลก เป็นบ้านหน้าด่านคุ้มกันเอเชีย จนทุกวันนี้เราต้องยอมรับถึงความรักชาติ รักเมือง ของเยาวชนและผู้คนในบ้านจีนที่ช่วยกันสร้างให้บ้านจีนเป็นได้เช่นทุกวันนี้
สงครามฝิ่นที่เกิดขึ้นที่บ้านจีน ไม่ได้ต่างอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บ้านปาตานี เพียงแค่เปลี่ยนชนิดของยาเสพติด จากฝิ่นมาเป็นน้ำใบกระท่อม เปลี่ยนชื่อบ้านโจรที่ชอบโขมยของคนอื่นเป็นของตน จากบ้านอังกฤษ มาเป็นบ้านปีศาจ...มารร้าย(ชัยฏอน) ที่กลุ่มคนในบ้านปาตานีรู้ดีว่า ในบ้านปีศาจหลังนั้นมีใครอยู่บ้าง ระยะทางของบ้านปีศาจ...มารร้าย(ชัยฏอน)กับบ้านปาตานี ห่างกันเพียงแค่วันเดียวกับหนึ่งคืนหากใช้รถไฟเป็นพาหนะในการเดินทาง ระยะทางห่างกันประมาณกว่า 1,000 กิโลเมตร เปลี่ยนชนิดของผลประโยชน์ จากใบชา ผ้าไหม ฝ้าย เป็น แก๊ซ น้ำมัน แร่ดีบุก เป็นต้น ยิ่งวันทรัพยากรภายในบ้านปาตานีก็ิยิ่งสูญ ภาษีที่ควรได้กลับไปรวมอยู่ที่บ้านของโจร(ชัยฏอน) ความห่างเหินด้านศาสนาของเยาวชนในบ้านปาตานีมีมากขึ้น สำนึกที่จะปกป้องศาสนาเฉกเช่นเยาวชนอิสลามในอดีตได้หายจาก เป็นเหตุให้ผู้รู้ในท้้องที่ ปราชย์ชาวบ้าน กวีท้องถิ่น เยาวชนคนหนุ่ม คนสาว รวมพลังกันปลุกเร้าให้คนในพื้นสำนึกคิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้รู้ออกมาปลุกเร้าเตือนใจคนหนุ่ม สาว ว่าท่านคือความหวังของประชาชาติอิสลาม ปราชย์ชาวบ้านเขียนบทเพลงพื้นบ้านไว้เป็นเครื่องเตือนใจแก่คนหนุ่มสาวว่า “บ้านใคร ใครก็รัก บ้านใคร ใครก็ห่วง” นักกวี เขียนกวีย้ำในตำราว่า “เราต้องรวมใจให้เป็นหนึ่ง พลังเยาวชนคนหนุ่มสาว ผ่าได้แม้ภูผา” กลุ่มเยาวชนปัญญาชน ใช้พลังกายที่เข้มแข็งบวกกับปัญญาความรู้ที่ประสิทธิ์ประสาทมา ถ่ายทอดสำนึกคิดในบทบาทที่ควรจะเป็นของเยาวชนมุสลิม อัลลอฮไม่ทรงเปลี่ยนกลุ่มชนหนึงกลุ่มชนใด นอกเสียจากว่ากลุ่มชนนั้นจะเปลี่ยนตนเองเสียก่อน
สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอจบการเขียนวิพากษณ์สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับเยาวชนปาตานี ในวันนี้ โดยขอฝากประโยคเพียงไม่กี่ประโยคว่า ตื่นเถิด...พี่น้องข้า...มลายูปาตานี ตื่นเถิด...เยาวชนคนหนุ่มสาวมลายูปาตานี ตื่นจากการหลับไหล่ลุ่มหลงในดุนยา จงปลดแอก...จงปลดแอก... จงปลดแอก...ตัวเองด้วยอิสลาม ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องสถาปนารัฐแห่งอิสลามที่เที่ยงตรงให้เกิดขึ้นจริง แม้เบื่องต้นทำได้แค่เพียงมีอยู่ในหัวใจของเราก็ตาม มันกำลังจะเป็นกงล้อแห่งอิสลามที่จะหมุนมาบรรจบในทุกๆด้าน และเมื่อกงล้อแห่งอิสลามมาบรรจบแล้วไซร้ ญามาอะห์(กลุ่มผู้รวมตัวในหนทางแห่งอัลลอฮฺ)นี้จะนำพาประชาชาติอิสลามไปก้ม กราบพระผู้เป็นเจ้าอย่างภาคภูมิ อินชาอัลลอฮ.

จามาล อับดุลเราะห์มาน คอยรอน (กีไร)



กลอนปีใหม่ แด่ พี่น้องมุสลิมทุกคน

ปีใหม่นี้ ต่างสนุกครึกครื้น กันถ้วนหน้า
เหล่ามุสลิม ก็ร่วมพา กันสุขสันต์
ลืมวิถี ตามแนวทาง เคยทำกัน
ประเพณี วัฒนธรรม ต่างยังไง
....เพื่อนเคาท์ดาวน์ คนคงน้อย เราไปช่วย
นับถอยหลัง ดูไม่สวย เพราะตัณหา
เพราะชีวิต มุสลิม ที่เกิดมา
มีมาตรา การดำเนิน ที่ชัดเจน
....เทศกาล ของเรา ก็มีแล้ว
ใยต้องเผ่น ไปร่วมแจม กันด้วยเล่า
... นบีสอน นบีบอก คงแผ่วเบา
เราถึงเขลา เดินตามรอย เหล่ายะฮูดี
....โอ้พี่น้อง ที่ฉันรัก จึงมาเตือน
หากวันนึง ถูกสอบสวน อาจโดนเฉือน
เหล่าพี่น้อง ทำไมพา กันลืมเลือน
ฉันใจเชือน ไหวหวั่น ร้าวระบม
....มุสลิม เราก็มี ศักดิ์ศรีพอ
มีคำสอน ที่ล้ำเลิศ น่าเกรงขาม
มีทุกอย่าง ที่คอยตอบ พยานความ
มีความรัก มีเทศกาล มีสัจจริง
....ถึงเวลา ต้องประกาศ ให้คนรู้
ว่าชีวิต เราต้องสู้ เพื่อศาสนา
ให้กายใจ เราได้สอด คล้องปัญญา
ที่อัลลอฮ์ ให้มา เพื่อตอบแทน....