ความต้องการของทารกแรกเกิด






การ กินและนอนเป็นสองสิ่งที่สำคัญต่อลูกน้อยแรกเกิด และมักจะเกิดขึ้นตามลำดับนี้ ในฐานะคุณแม่มือใหม่ คุณจะใช้เวลาเกือบทั้งหมดตลอดช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเพื่อพยายามปรับเรื่องการกินและนอนให้ลงตัว รวมถึงการหาคำตอบว่าลูกต้องการสิ่งใด และเมื่อคุณแม่คุ้นเคยกับชีวิตใหม่ที่มีสมาชิกตัวน้อยแล้ว ก็จะพบว่า การสร้างกิจวัตรประจำวันทั้งในเรื่องการกินและนอนจะทำให้ชีวิตต่อจากนี้อีก หลายๆ เดือนง่ายขึ้น

กิจวัตรในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ใน ช่วงเวลา 1-2 วันแรก คุณจะใช้เวลาให้นมลูกเสียเป็นส่วนใหญ่ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นขั้นตอนการเรียนรู้สำหรับทุกคน และจะเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ วันพร้อมๆ กับการเจริญเติบโตของลูก คุณแม่ควรให้ลูกน้อยเป็นคนกำหนดเวลาการกินนม อย่างไรก็ตาม มีวิธีส่งเสริมการกินนมให้เป็นกิจวัตรอีกหลายวิธีที่เหมาะกับทั้งคุณแม่และ ลูก
>
  • วันที่ 1–ลูกน้อยอาจดูกระตือรือร้นที่จะกินนมหลัง คลอดออกมาแล้ว 1-2 ชั่วโมง แล้วไม่ค่อยสนใจมากนักหลังจากนั้น แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องกระตุ้นให้เขาดูดนมหลายๆ ครั้งตลอดทั้งวัน
  • วัน ที่ 2 –ขอแนะนำให้ลูกดูดนมทุกๆ 1.5 ถึง 3 ชั่วโมง โดยดูดนม 8 ถึง 12 ครั้งใน 24 ชั่วโมง แต่ไม่ต้องกังวลใจหากไม่สามารถทำตามข้างต้นได้
  • วันที่ 3-4–น้ำ นมของคุณจะเริ่ม "ไหล" และคุณอาจรู้สึกว่าลูกพึงพอใจมากขึ้นหลังดูดนม นอกจากนี้ คุณอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างบริเวณผ้าอ้อมของลูกน้อยด้วย
  • วัน ที่ 5–28 – ตอนนี้ทั้งคุณและลูกน้อยจะพบว่าการดูดนมง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ขอแนะนำให้ลูกดูดนม 8 ถึง 12 ครั้งตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 - 30 นาทีจากเต้านมข้างแรกจะมีประโยชน์มาก

ลองทำแผนภูมิด้วยการ ลงเวลาทุกชั่วโมงตั้งแต่เที่ยงคืนถึงห้าทุ่มไว้ในแนวดิ่งด้านหนึ่ง แล้วใส่วันในรอบหนึ่งสัปดาห์ในแนวขวางด้านบน ทำเครื่องหมายที่แผนภูมิตรงตำแหน่งวันเวลาที่คุณให้ลูกกินนม และคุณสามารถเพิ่มคอลัมน์สำหรับวันที่ลูกฉี่หรืออึด้วย หลังจากนั้นไม่นาน คุณจะเห็นรูปแบบพฤติกรรมการกินที่ช่วยให้คุณเข้าใจกิจวัตรของลูก

 ความต้องการนอนหลับพักผ่อนของเด็กแรกเกิด

สำหรับ ผู้ใหญ่หลายคน การนอนหลับคือเวลาประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับทราบมาตลอดทั้งวัน ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจที่ลูกจะนอนเป็นช่วงๆ ตลอดทั้งวัน ภาวะเดี๋ยวหลับเดี๋ยวตื่นอาจทำให้ทั้งคุณและลูกน้อยเครียดได้ แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวล เพราะมีหลายอย่างที่คุณสามารถทำได้เพื่อให้เรื่องนี้ง่ายขึ้น


  • ลูก น้อยต้องการเวลานอนสั้นๆ ตลอดทั้งวัน แต่ไม่ควรปล่อยให้นอนหลับเกิน 2 ชั่วโมง และถ้าคุณใช้เวลาที่มีค่าระหว่างที่ลูกน้อยนอนหลับให้เกิดประโยชน์ที่สุด คุณก็จะได้นอนพักด้วย
  • คุณแม่สามารถกล่อมลูกน้อยให้หลับได้ในเวลาที่เหมาะสมหากเฝ้าสังเกตและจดจำสัญญาณที่บ่งบอกถึงความเหน็ดเหนื่อยของลูกได้
  • เมื่อ ถึงเวลาเข้านอนตอนกลางคืน ให้ปิดผ้าม่าน และให้มีเสียงรบกวนน้อยที่สุดทั่วบริเวณบ้าน พยายามลดเสียงตื่นเต้นและเล่นให้น้อยที่สุด และเปิดไฟหัวเตียงแทนไฟกลางห้อง การมีกิจวัตรยามเข้านอน เช่นอาบน้ำแล้วเล่านิทานให้ฟัง จะช่วยให้ลูกน้อยจดจำว่าสิ้นสุดเวลากลางวันแล้ว และกำลังเริ่มต้นช่วงเวลากลางคืน

0 ความคิดเห็น:

การดูแลทารกแรกเกิด

     

การดูแลทารกประจำวัน
      การอาบน้ำ : อาบด้วยน้ำอุ่น ควรอาบเสร็จภายใน 5-7นาที ในที่ลมไม่โกรก อาบวันละ 2 ครั้ง และสระผมวันละครั้ง ไม่ควรอาบน้ำทันทีหลังให้นม
      การขับถ่าย : การถ่ายปัสาวะ หลังถ่ายให้เปลี่ยนผ้าอ้อมทุกครั้ง ถ้าปล่อยไว้นานทารกจะตัวเย็น
                        การถ่ายอุจจาระ ทารกที่กินนมแม่จะถ่ายบ่อย มีสีเหลือง จะมีเม็ดเล็กๆคล้ายเม็ดมะเขือ เพราะนมแม่ย่อยง่าย ช่วยระบายท้อง
                        การทำความสะอาดก้น เช็ดด้วยสำลีชุบน้ำสะอาด เช็ดจากบนลงล่าง ห้ามเช็ดกลับไปกลับมา
      การดูแลสะดือทารก : สะดือจะหลุดภายใน 7 - 14 วัน ดูแลให้โคนสะดือ และสะดือ แห้ง เสมอ เช็ดด้วยไม้พันสำลีชุบแอลกอฮอล์ วันละ 3 ครั้ง เมื่อสะดือใกล้จะหลุดจะมีเลือดออก ห้ามใช้แป้งและยาโรยสะดือ
      การให้นมบุตร : ให้ลูกดูดนมแม่ทุก 2 ชั่วโมง ไม่ต้องให้น้ำตาม เพราะนมแม่มีน้ำเพียงพอ   ดูการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่   
      การทำความสะอาดเสื้อ ผ้าอ้อม : ซักด้วยสบู่เ็ด็ก หรือน้ำยาซักผ้าเด็ก ควรแยกซักจากของผู้ใหญ่ 

      ภาวะปกติในทารกแรกเกิด
     การสะดุ้งหรือผวา : เวลามีเสียงดัง หรือเวลาสัมผัส แสดงถึงระบบประสาทที่ปกติ จะพบได้ในทารกที่นอนหลับสนิท และจะพบได้จนอายุ 6 เดือน
     การบิดตัว : ทารกคลอดครบกำหนด มีการเคลื่อนไหวเวลานอนคล้ายผู้ใหญ่บิดขี้เกียจ ทารกจะยกแขนเหนือศีรษะ งอเข่า ตะโพก และข้อเข่า และบิดตัว พบได้ในทารกที่ปกติ ไม่ใช่เกิดจากการชักบิดผ้าอ้อม
     การสะอึก : เกิดจากทารกดูดนมมาก และเร็ว ทำให้กระเพาะอาหารขยายใหญ่ ดันกระบังลม ทำให้สะอึก วิธีแก้ไข โดยไล่ลมในท่านั่ง หรืออุ้มพาดบ่า นาน 5 -5 10 นาที
     การแหวะนม : ทารกแรกเกิด หูรูดกระเพาะอาหารยังทำงานได้ไม่ดี เมื่อดูดนมและดูดกลืนอากาศเข้าไป ทำให้แหวะนมหลังให้นม
วิธีแก้ ไล่ลมบ่อยระหว่างให้นมลูก โดยอุ้มให้นั่งหรือ อุ้มพาดบ่าหลังให้นม หรือให้นอนศีรษะสูงเล็กน้อย และนอนตะแคงขวานาน ครึ่งชั่วโมง
     ผิวหนังลอก : จะเกิดขึ้นหลังอายุ 1 - 2 วัน จะหายไปราว 2 - 3 วันโดยไม่ต้องให้การรักษา
     ลิ้นขาว : ให้มารดาใช้สำลีชุบน้ำต้มสุก พันนิ้วก้อยให้แน่น เช็ดลิ้นทารกวันละครั้ง ห้ามใช้ผ้าอ้อมเปื้อนปัสสาวะเช็ดลิ้น
 มีมูกหรือเลือดออกทางช่องคลอด : จะออกใน 3 - 5 วันหลังคลอด และหายไปภายในสองสัปดาห์ เกิดจาก ฮอร์โมนเอสโตรเจนจากแม่ ที่ผ่านไปยังทารกเมื่ออยู่ในครรภ์ และระดับฮอร์โมนลดลงหลังคลอด
     ผื่นผ้าอ้อม : ผิวหนังมีสีแดงหรือตุ่มหนองเล็กๆ เกิดจากการระคายเคือง จากสิ่งของที่มาสัมผัส เช่น ความชื้นจากการสัมผัสปัสสาวะ อุจจาระนานเกินไป หรือการคั่งค้างของน้ำยาซักผ้าอ้อม การป้องกัน ดูแลให้ผิวหนังแห้ง อย่าปล่อยให้แช่ปัสสาวะ อุจจาระ ต้องล้างแล้วเช็ดให้แห้งและเปลี่ยนผ้าอ้อมทันที
     การมีจุดขนาดเล็กสีขาวนวล : บริเวณจมูก ริมฝีปากและแก้ม จะหายไปเองหลังคลอด 1 - 2 สัปดาห์
     การถ่ายอุจจาระบ่อย : ทารกแรกเกิดที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว อาจถ่ายอุจจาระบ่อย กะปริดระปรอย อาจถ่ายอุจจาระได้ถึง 10 - 20 ครั้งต่อวัน เพราะน้ำนมแม่ ย่อยง่ายและมีน้ำนม หลืองเจือปน ซึ่งจะช่วยระบายท้อง
     การไม่ถ่ายอุจจาระทุกวัน : ภายหลังคลอด4สัปดาห์ น้ำนมแม่จะเป็นน้ำนมแท้ ไม่มีน้ำนมเหลืองเจือปน เนื่องจากนมแม้ย่อยง่าย ทำให้เหลือกากน้อย ทารกที่ดูดนมแม่อาจไม่ถ่ายทุกวัน
      ท้องผูก : หมายถึงการถ่ายอุจจาระเป็นก้อนแข็งทั้งกอง อาการท้องผูกพบบ่อยในทารก ที่เลี้ยงด้วยนมผสม และชงนมไม่ถูกสัดส่วน อาจจางหรือข้นเกินไป หรือให้นมไม่เหมาะสมกับวัย เช่นให้นมสำหรับเด็กโตแก่ทารก
อาการผิดปกติที่นำลูกน้อยมาพบแพทย
                                  ไข้สูง
                                                           อาเจียนทุกครั้งหลังกินนม
                                                                               ท้องอืด
                                            ท้องเสียบ่อย
                                                       ซึมดูดนมน้อยลง
                                           
                                                                                               ซีด
                                                                      ตัวเหลือง ตาเหลือง
                                                    สะดืออักเสบบวมแดง มีหนองออกจากโคนสะดือ
                                   ชักเกร็ง

0 ความคิดเห็น:

ยกเลิกตราฮาลาล





 
1. ซอสหอยนางรมตราแม่ครัว ไม่มี ฮาลาล เเล้ว นะครับ
-ข้อมูล ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2555

2. นมข้นตรามะลิเคยมีตราฮาลาล ตอนนี้ยกเลิก
ฮาลาลแล้ว มีส่วนผสม หมู เข้ามาเกี่ยวข้อง

นมข้นตรามะลินี้มีส่วนผสมของ เวย์ จ้ะ.... ให้พี่น้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่อาจมีความเสี่ยง.และเลือกที่มีตราฮาลาล เพราะยี่ห้อที่มีตราฮาลาลก้มีให้เลือกมากมายในท้องตลาด....

เวย์ไม่หะล้าล?
---------------------------
เวย์เป็นส่วนเหลือจากการทำเนยแข็ง(ชีส) ซึ่งในการทำเนยแข็งใช้เอนไซม์เพื่อตกตะกอนโปรดีนนม(เคซีน) ส่วนที่ต้องพิจารณาคือ เอนไซม์

1. จากสัตว์ - หมู(หะรอม) วัว แพะ แกะ (เชือดถูกต้องตามหลักการ?)

2. จากจุลินทรีย์ - น่าจะหะล้าล -- แต่ทาง muslimconsumergroup(mcg) เห็นว่าควรพิจารณาให้ละเอียดว่าจุลินทรีย์ที่ใช้นั้นเลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื่อที่หะล้าลรึเปล่า (คือในการเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ก่อนนำมาใช้ จะต้องเลี้ยงด้วยอาหารโปรตีน เช่น น้ำซุป)

- ทาง ifanca แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของเวย์ที่ไม่มีการรับรองหะล้าล (ที่มา)

- muslimconsumergroup แนะนำว่าถ้าไม่มีการรับรองหะล้าลหรือโคเชอร์ ก็ให้พิจารณาตามที่ระบุข้างต้น

***********
สรุป... ไห้หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มี เวย์....


ยาคูลท์กินไม่ได้แล้วน่ะครับ ไม่มีตราฮาลาล
กรรมการกลางฯ ประกาศ ยกเลิกหนังสือสำคัญให้ใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาล ผลิตภัณฑ์ยาคูลท์
ลงวันที่ 17 กค. 2555

อ้างอิง...http://www.cicot.or.th/2011/main/content.php?page=sub&category=12&id=1321

2 ความคิดเห็น:

KAD HARI RAYA AIDIL FITRI 2012 - 1433 h.

















 







































0 ความคิดเห็น: