เบื้องหลังของเฟสบุ๊ค (Facebook)

คงเป็นอะไรที่ต้องคิด ต้องไตร่ตรองให้หนัก ก่อนจะโพสท์ ใดๆ ลงไป เพื่อที่อย่างน้อย เราจะได้ไม่ต้องถูกจัดอยู่หนึ่ง ในพวกของเขา หรือ ว่าเราควรละทิ้ง Fb ที่สาธารณะแห่งนี้ไปดีไม๊ (พี่น้องมุสลิมที่รักครับ รบกวนดู VDO อันนี้ให้จบนะครับ) แล้วอย่าลืม กล่าว อิสติฆฟาร ทุกครั้ง หากท่านยังจำเป็นต้องใช้ FB อยู่ (أَسْتَغْفِرُ اللهَ وَأَتُوْبُ إِلَيْهِ) ดูดวงตา ตาเดียวอันนั้นสิ เห็นแล้ว นึกถึง "ดัจญาล" ขึ้นมาเลยอ่ะ
ไม่ใช่เฟสบุคอย่างเดียวที่ยิวคร­อบครอง แต่ทุกอย่างบนโลกส่วนใหญ่ก็เป็น­ของยิว คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ฯลฯ ยิวมันคิดค้น นี้หล่ะสมองที่อัลลอฮให้แก่พวกม­ัน  แต่เสียดาย เนรคุณ จองหอง ตั้งภาคี ต่อพระผู้สร้างเสียเอง
ยิวเคยพูดไว้ เมื่อไหร่ที่มุสลิมละหมาดซุบฮิ(­ตอนเช้า) เต็มเหมือนละหมาดวันศุกร์ เมื่อนั้นแหละที่
ยิวจะยอมแพ้

0 ความคิดเห็น:

การมีเพศสัมพันธุ์ในเดือนรอมฎอน


 

คำถาม.

อัสสลามุอะลัยกุมครับ
ผมมีปัญหาใหญ่หลวงสอบถามอาจารย์ครับ ผมเป็นมุสลิมตั้งแต่กำเนิด แต่เรียนศาสนามาน้อย เลยทำผิดมหันต์ เป็นบาปใหญ่ คือผมไปมีแฟนเป็นคนพุทธ แล้วอยู่ด้วยกัน ทำซินากันประจำอยู่หลายปี พอผมได้ทราบว่าเป็นบาปใหญ่ ก็เสียใจมากๆ ตั้งใจขอเตาบัตตัวกับอัลเลาะห์ ตอนนี้เลิกพฤติกรรมการทำซินาเด็ดขาดแล้วครับ หวังว่าอัลเลาะห์์จะอภัยให้ผมในสักวัน  แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่

1. เมื่อก่อนเข้าใจว่าเวลาอสุจิเคลื่อนหรือน้ำหล่อลื่นไหลออกมา จะทำให้การถือศีลอดวันนั้นเสียไป พอเป็นดังนั้นเลยถือโอกาสทำซินากับแฟน ( เหตุการณ์ในอดีตนะครับ ตอนนี้เลิกเด็ดขาดแล้ว ) และไม่กี่วันมานี้ได้ฟังวิทยุศาสนา เขาบอกว่าการมีเพศสัมพันธ์ในตอนกลางวันของเดือนรอมดอนเป็นความผิดใหญ่หลวง ต้องมีการชดใช้และเสียค่าปรับ ผมเสียใจและกลุ้มใจมากๆ เพราะได้เตาบัตตัวเรื่องทำฃินาไปแล้ว แต่ก็มาติดบาปในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการซินาในอดีตนั่นเอง อยากถามอาจารย์ว่าผมจะต้องชดใช้และเสียค่าปรับยังไง เพราะผมไม่ทราบจริงๆว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้ทำซินากับแฟนตอนกลางวันของเดือนรอมดอนไปแล้วกี่วัน เป็นทุกข์มากๆ ครับตอนนี้ เวลาทำอิบาดะห์ก็ยิ่งทุกข์ใจ เสียใจ เพราะเราทำผิดบาปเอาไว้ ไม่รู้ว่าอิบาดะห์ที่เราทำอัลเลาะห์จะรับไหม ขออาจารย์ช่วยตอบด้วยนะครับ
2. ในกรณีต้องปรับโดยเลี้ยงอาหารคนยากไร้ 60 คนนั้น ( เพราะการถือศีลอด 2 เดือนติดกันไม่แน่ใจว่าจะทำไหว ) หมายถึงอาหาร 1 มื้อ ใช่ไหมครับ? และถ้าเป็นคนเดิมๆ ซ้าๆ กัน โดยนับจำนวนมื้อที่เราเลี้ยงอาหารเขาได้ไหมครับ? ( กลัวหาคนได้ไม่ครบ เพราะจากคำถามข้อที่ 1 ผมอาจจะต้องเลี้ยงอาหารคนเป็นพันๆ คนก็ได้ )
3. คนยากไร้ที่เราจะเลี้ยงอาหารตามข้อ 2 ต้องเป็นมุสลิมหรือป่าวครับ ?  หรือเป็นคนศาสนาอื่นๆก็ได้
4. ถ้าเรายังมีเงินไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงอาหารคนยากไร้ ผมจะไปยืมเงินเพื่อนเพื่อไปซื้ออาหารมาเลี้ยงก่อนได้ไหมครับ?  และถ้าเกิดเพื่อนที่ให้ยืมเงินเป็นไทยพุทธ และเงินของเขามาจากค้าขายอาหารที่ไม่ฮาลาล  ศาสนาจะอนุญาติให้ผมยืมเงินเพื่อมาเลี้ยงอาหารตามข้อ 2 ได้ไหมครับ?  เพราะบอกตรงๆว่าร้อนใจ อยากรีบเสียค่าปรับให้เร็วที่สุด แต่ไม่มีเงินเพียงพอ
ขอรบกวนอาจารย์ช่วยตอบคำถามด้วยนะครับ  เพราะทุกข์ใจมากๆ
วัสลามฯ

คำตอบ.

وعليكم السلام ورحمة الله و بركاته
الحمدلله والصلاة والسلام على رسول الله وبعد...؛
ที่จริงแล้วคุณอามีนไม่น่าเขียนประจานตัวเองอย่างที่ว่ามาเลย  น่าจะสมมุติตัวละครเป็นนาย ก นาย ข ว่าได้กระทำอย่างนั้นอย่างนี้ก็พอแล้ว เมื่อเราสำนึกว่าเรากระทำความผิดและละเมิดในสิทธิของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ก็ให้เตาบะฮฺตัวตามเงื่อนไขที่ศาสนากำหนดเอาไว้ และปิดเรื่องนี้เอาไว้โดยไม่บอกผู้ใดให้รับรู้ หากอัลลอฮฺทรงรับการเตาบะฮฺของเรา เรื่องที่เราปิดเอาไว้ก็จะไม่ถูกนำมาเปิดเผยในวันกิยามะฮฺ
แต่นี้เป็นการเปิดเผยยต่อสาธารณชน ครั้นจะปิดเอาไว้ก็คงไม่ได้อีกแล้วเพราะเราเปิดเผยเสียเอง จึงถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจและเสียดายแทน เอาเป็นว่าขอให้กรณีของคุณเป็นอุทาหรณ์และบทเรียนสำหรับผู้ที่เข้ามาอ่านคำ ตอบว่าถ้ามีกรณีเช่นนี้อย่าได้ประจานตัวเอง ก็ขอให้อัลลอฮฺทรงรับการเตาบะฮฺของคุณ อัลลอฮุมมัฆฟิรละฮู ว่าตะกอบบัลเตาบะตะฮู อัลลอฮุมม่าอามีน

สำหรับคำถามข้อที่ 1  นั้นต้องพิจารณาว่าคุณเสียศีลอดด้วยการทำให้อสุจิเคลื่อนออกมาก่อนที่จะผิด ประเวณีกับแฟนหรือไม่ ถ้าใช่ ก็ถือว่าการถือศีลอดของคุณในวันนั้นเสียไปแล้วด้วยการทำให้อสุจิเคลื่อนออก มา การผิดประเวณีด้วยการมีเพศสัมพันธ์ (ญิมาอฺ) ก็ถือว่าเกิดขึ้นภายหลังเสียศีลอดไปแล้วซึ่งไม่ใช่การมีเพศสัมพันธ์ กรณีนี้ก็ไม่วาญิบต้องเสียกัฟฟาเราะฮฺแต่ต้องเตาบะฮฺจากการทำซินานั้น

แต่ถ้าหากคุณเพียงแต่หลั่งอสุจิออกมาโดยไม่ได้กระทำให้มันเคลื่อนออก มา เช่น มีอารมณ์กำหนัดแล้วอสุจิก็หลั่งออกมาเพียงแค่มองแฟนจะมองซ้ำไปซ้ำมาหรือไม่ ก็ตาม กรณีนี้ถือว่ายังไม่เสียศีลอดแต่มีบาป แล้วต่อมาคุณก็ทำซินากับแฟนในเวลากลางวันของเราะมะฎอน ตรงนี้แหละที่การถือศีลอดของคุณเสียแล้ว และเป็นการเสียด้วยเหตุการมีเพศสัมพันธ์ (ญิมาอฺ) ก็จำเป็นต้องชดเชยวันที่เสียศีลอดนั้นและเสียกัฟฟาเราะฮฺด้วยตามทัศนะที่ถูก ต้องที่สุดในมัซฮับ อัช-ชาฟิอีย์

และหากการมีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นในวันอื่นอีกก็ต้องนับเป็นอีกหนึ่ง กัฟฟาเราะฮฺ เช่น ถ้ามีเพศสัมพันธ์ 4 วันในช่วงเวลากลางวันของเราะมะฎอนก็ต้องเสียกัฟฟาเราะฮฺ 4 กัฟฟาเราะฮฺ เป็นต้น

โดยถ้าหากภายในวันเดียวมีเพศสัมพันธ์มากกว่าหนึ่งครั้งก็ให้ถือเป็น 1 กัฟฟาเราะฮฺเท่านั้น เมื่อจำไม่ได้ก็ต้องประมาณจำนวนวันเผื่อเอาไว้ว่าเราได้มีเพศสัมพันธ์ไป จำนวนกี่วัน

ตรงนี้คุณก็ต้องนึกและทบทวนดูว่ามั่นใจกี่วันและเสียกัฟฟาเราะฮฺตาม จำนวนวันที่มั่นใจนั้น คำนวณดูแล้วได้คำตอบที่มั่นใจว่าโดนกัฟฟาเราะฮฺหลายครั้ง ถ้าจะไม่คิดเกาะฏออฺ (ชดใช้) วันที่เสียศีลอดด้วยเพราะไม่ไหวก็ทำได้โดยถือตามทัศนะที่นับการเกาะฎออฺ (ชดใช้) เข้าไปรวมอยู่ในกัฟฟาเราะฮฺด้วย ก็จะเหลือเฉพาะจำนวนวันที่ต้องถือศีลอดกัฟฟาเราะฮฺเท่านั้น โดยกัฟฟาเราะฮฺนั้นให้ปล่อยทาส 1 คนที่เป็นมุสลิม ถ้าไม่มีทาสก็ให้ถือศีลอด 2 เดือนติดต่อกัน ถ้าไม่สามารถก็ให้เลี้ยงอาหารคนจน 60 คน นี่ถือเป็น 1 กัฟฟาเราะฮฺ

ฉนั้นถ้าคุณทำซินากับแฟน 5 วันในเราะมะฎอนก็ต้องคูณ 5 เข้าไป ปล่อยทาสนั้นคงทำไม่ได้ เพราะไม่มีทาสในปัจจุบัน ก็เลื่อนมาสู่การถือศีลอดซึ่งก็จะเป็น 10 เดือน คือถือศีลอดติดต่อกัน 5 ครั้ง ถ้าไม่ไหวก็เลื่อนมาสู่การให้อาหารแกก่คนจน 60 คน ก็จะเป็น 300 คน/ละ 1 มุดดฺ ก็จะเป็น 300 มุดดฺ ตีเสียว่า 300 ลิตรก็คำนวณดูว่า 300 ลิตรเป็นกี่กิโลกรัมก็ให้จ่ายข้าวออกไปแก่คนยากจน
1)  คนยากจนจำนวน 60 คนนี้  ถือเป็นเพียง 1 กัฟฟาเราะฮฺเท่านั้น ดังนั้นถ้าหากคุณทำเสียศีลอดในกลางวันของเราะมะฎอนด้วยการมีเพศสัมพันธ์ 5 วันก็ต้องคิดเป็น 5 กัฟฟาเราะฮฺ และคนจำนวน 60 คนนี้ได้คนละ 1 มุดดฺจาก 1 กัฟฟาเราะฮฺ คนยากจน 1 คนจะรับข้าวสารกัฟฟาเราะฮฺใน 1 กัฟฟาเราะฮฺเกิน 1 มุดดฺไม่ได้ แต่สามารถรับ 5 มุดดฺจาก 5 กัฟฟาเราะฮฺอย่างนี้ได้
ดังนั้นถ้าหาคนยากจนได้ 60 คนก็สามารถจ่ายข้าวสารได้คนละ 5 มุดดฺจาก 5 กัฟฟาเราะฮฺเพราะถ้าจะหาคนยากจน 300 คน/ละ 1 มุดดฺ ก็คงจะยากและการเลี้ยงอาหาร 1  มื้อ เช่น มื้อค่ำ 1  มื้อตามมัซฮับ อัช-ชาฟิอีย์ ถือว่าไม่เพียงพอ ฉะนั้นออกข้าวสารให้คน 60 คน/ละ 1  มุดดฺแล้วทบจำนวนมุดดฺไปตามจำนวนกัฟฟาเราะฮฺจะดีกว่า

2) คนยากจนที่เราจะจ่ายอาหารหลักให้ในการเสียกัฟฟาเราะฮฺต้องเป็นคนมุสลิม หากหาไม่ได้ครบตามจำนวนจึงจะอนุโลมให้เป็นคนต่างศาสนาที่ยากจนได้

3) ถ้ายังมีเงินไม่เพียงพอที่จะซื้อข้าวมาเสียกัฟฟาเราะฮฺ ก็ให้ถือเป็นหนี้ติดไว้กับอัลลอฮฺ มีความสามารถเมื่อใดก็ค่อยดำเนินการ จะทยอยเสียทีละกัฟฟฟาเราะฮฺ คือ 60 มุดดฺ (ลิตร) ก็ได้ ขอให้เราตั้งใจเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน วันนี้ยังไม่มีความสามรถ วันหน้าก็อาจจะมีหากไร้ความสามารถจริงๆก็เตาบะฮฺให้เด็ดขาดเพราะนี่เป็น สิทธิของอัลลอฮฺ พระองค์พร้อมเสมอต่อการสำนึกผิดของบ่าว
อ้อ! เรื่องยืมเงินที่ว่านั้นอย่าเลยครับ ให้ทำที่สามารถ

ขอขอบคุณข้อมูล การมีเพศสัมพันธุ์ในเดือนรอมฎอน จาก : ทำผิดบาปใหญ่ ทำซินาในเดือนรอมดอน ทุกข์ใจมากๆ : muslimvoicetv.com

0 ความคิดเห็น:

ความสําคัญของเดือนรอมฎอน



Click Here 


รอมฎอนเป็นเดือนแห่งความดีและความจำเริญ ซึ่งอัลลอฮฺตะอาลา มอบให้โดยเฉพาะสำหรับเดือนนี้ ด้วยคุณประโยชน์อันมากมายและชัดแจ้งดังต่อไปนี้

1 เดือนแห่งอัลกุรอาน
อัลลอฮฺตะอาลาทรงประทานคัมภีร์อันทรงเกียรติของพระองค์มาเพื่อเป็นแนวทาง ที่ถูกต้องแก่มวลมนุษย์ และเป็นการเยียวยาบำบัดสำหรับบรรดามุอฺมินผู้ศรัทธา และเป็นการชี้นำไปสู่แนวทางที่เที่ยงตรงยิ่ง และชี้แนะแนวทางแห่งการมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบ ในค่ำคืนอันมหาประเสริฐคืนอัลก็อดรฺ พระองค์ได้ตรัสไว้ว่า
شَهْرُ رَمَضَانَ الَّذِيَ أُنزِلَ فِيهِ الْقُرْآنُ هُدًى لِّلنَّاسِ وَبَيِّنَاتٍ مِّنَ الْهُدَى وَالْفُرْقَانِ فَمَن شَهِدَ مِنكُمُ الشَّهْرَ فَلْيَصُمْهُ
ความว่า "เดือนรอมฎอนซึ่งอัลกุรอานถูกประทานลงมาในเดือนนั้น เพื่อเป็นแนวทางที่ถูกต้องแก่มวลมนุษย์ และเป็นหลักฐานอันชัดแจ้งเกี่ยวกับข้อแนะนำ และการจำแนกระหว่างความจริงกับความเท็จ ดังนั้นผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเข้าอยู่ในเดือนนั้นแล้ว ก็จงถือศีลอดในเดือนนั้น" (2/185)
นักตัฟซีรมีความเห็นจากอายะฮฺดังกล่าวข้างต้นว่า สาเหตุแห่งการเลือกเดือนรอมฎอน เพื่อให้เป็นเดือนแห่งการถือศีลอดก็คือ การประทานอัลกุรอานลงมาในเดือนนั้น

2 บรรดาชัยฏอนถูกพันธนาการและประตูต่างๆ ของนรกถูกปิด ประตูต่างๆ ของสวรรค์ถูกเปิด
ในเดือนอันศิริมงคลนี้ความชั่วต่างๆ จะลดน้อยลงในแผ่นดิน โดยที่บรรดาหัวหน้าชัยฏอนจะถูกล่ามโซ่ และถูกพันธนาการ ดังนั้นพวกมันจะไม่มีช่องทางที่จะล่อลวงหรือชักชวนมนุษย์ให้กระทำความผิด หรือความชั่วได้ เพราะบรรดามุสลิมกำลังมีภาระกิจอยู่กับการถือศีลอด ซึ่งจะขจัดหรือปราบปรามความใคร่ต่างๆ ให้หมดสิ้นไปด้วยการอ่านอัลกุรอาน และการทำอิบาดะฮฺชนิดต่างๆ ซึ่งจะอบรมและขัดเกลาจิตใจของเขา พระองค์ได้ตรัสไว้ว่า
كُتِبَ عَلَى الَّذِينَ مِن قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ ﴿١٨٣﴾
ความว่า "การถือศีลอดถูกบัญญัติแก่พวกเจ้า เช่นเดียวกับที่ได้ถูกบัญญัติแก่ประชาชาติก่อนพวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจะได้ยำเกรง"  (2/183)
ดังนั้นประตูต่างๆ ของนรกจึงถูกปิด และประตูต่างๆ ของสวรรค์จึงถูกเปิด ทั้งนี้เพราะการงานที่ดีมีอยู่มากมาย และคำพูดที่ดีก็เพิ่มพูนอย่างสมบูรณ์
ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า
(إِذَاجَاءَ رَمَضَانُ فُتِّحَتْ أَبْوَابُ الْجَنَّة وَأُغْلِقَتْ أَبْوَابُ النَّارِ وَصُفِّدَتِ الشَّيَاطِيْنُ )
رواه البخاري ومسلم
ความว่า "เมื่อเดือนรอมฎอนมาถึง ประตูต่างๆ ของสวรรค์ก็ถูกเปิด และประตูต่างๆ ของนรกก็ถูกปิด และบรรดาชัยฏอนก็ถูกพันธนาการไว้"
ดังกล่าวนั้นจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ในคืนแรกของเดือนรอมฎอน ดังคำกล่าวของท่านนะบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

( إذا كان أول ليلة من شهر رمضان صفدت الشياطين ومردة الجن وغلقت أبواب النار فلم يفتح منها بابا وفتحت أبواب الجنة فلم يغلق منها بابا وينادى منادى يا باغى الخير أقبل ويا باغى الشر أقصر ولله عتقاء من النار وذلك كل ليلة ) رواه الترمزى وابن حبان عن أبي هريرة وحسنه الألباني في صحيح الجامغ
ความว่า "ในคืนแรกของเดือนรอมฎอน บรรดาชัยฏอนและหัวหน้าญินจะถูกพันธนาการ ประตูต่างๆ ของนรกจะถูกปิดจะไม่มีประตูใดๆ ถูกเปิดขึ้น จะไม่มีประตูใดๆ ถูกปิด และผู้เรียกร้องจะร้องเรียกขึ้นว่า โอ้ผู้ปรารถนาความดีจงมาที่นี่ และโอ้ผู้ปรารถนาความชั่วจงเก็บกักตัว และเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺที่จะปลดปล่อยบ่าวบางคนของพระองค์ ให้พ้นจากไฟนรกในทุกๆ คืน"

3 คืนอัลก็อดรฺ
การที่อัลลอฮฺตะอาลาทรงเลือกเดือนรอมฎอน เพราะอัลกุรอานุลกรีมถูกประทานลงมาในเดือนนั้น ในการนี้เราอาจจะได้รับความดีหรือผลประโยชน์สองประการในเดือนมหาจำเริญนี้
        ก. วันที่ประเสริฐยิ่ง ณ ที่อัลลอฮฺตะอาลา คือวันที่อยู่ในเดือนที่อัลกุรอานถูกประทานลงมา ดังนั้นจำเป็นจะต้องมีกิจกรรมพิเศษให้เพิ่มมากขึ้น ในการนี้จะมีหลักฐานยืนยันถึงการแสวงหาค่ำคืนอัลก็อดรฺด้วยการเจาะจงให้มาก ยิ่งขึ้น ด้วยการกระทำความดี ซึ่งจะได้กล่าวถึงเป็นรายละเอียดในบทที่เกี่ยวกับคืนอัลก็อดรฺต่อไป
        ข. อัลเนี๊อะมัต หรือความโปรดปรานนั้น เมื่อบรรดามุสลิมได้รับแล้ว จำเป็นที่พวกเขาจะต้องขอบคุณต่ออัลลอฮฺตะอาลาด้วยการปฏิบัติภาระกิจให้มาก ยิ่งขึ้น หลักฐานที่พอจะนำมายืนยันเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือคำตรัสของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา หลังจากความโปรดปรานเมื่อสิ้นสุดลงของเดือนแห่งการถือศีลอดแล้วคือ
وَلِتُكْمِلُواْ الْعِدَّةَ وَلِتُكَبِّرُواْ اللّهَ عَلَى مَا هَدَاكُمْ وَلَعَلَّكُمْ تَشْكُرُونَ ﴿١٨٥﴾
ความว่า "และเพื่อพวกเจ้าจะได้ให้ครบถ้วนจำนวน (แห่งการถือศีลอด) และเพื่อพวกเจ้าจะได้แซ่ซร้องความเกรียงไกรแด่อัลลอฮฺในการที่พระองค์ทรงชี้ แนะแนวทางที่ถูกต้องแก่พวกเจ้า และเพื่อพวกเจ้าจะได้ขอบคุณ" (2/185)
และหวังจากความโปรดปรานเมื่อการทำพิธีฮัจญฺได้สิ้นสุดลงแล้ว ดังคำตรัสของพระองค์ที่ว่า
فَإِذَا قَضَيْتُم مَّنَاسِكَكُمْ فَاذْكُرُواْ اللّهَ كَذِكْرِكُمْ آبَاءكُمْ أَوْ أَشَدَّ ذِكْراً
ความว่า "ครั้นเมื่อพวกเจ้าประกอบพิธีฮัจญฺของพวกเจ้าเสร็จแล้วก็จงกล่าวรำลึกถึงอัล ลอฮฺ ดังที่พวกเจ้ากล่าวรำลึกถึงบรรพบุรุษของพวกเจ้า หรือกล่าวรำลึกถึงให้มากยิ่งกว่า" (2/200)

0 ความคิดเห็น: