นิทานเรื่อง.....3 สหาย


เรือใบลำใหญ่ กำลังเล่นอยู่กลางมหาสมุทรแปรซิฟิก คลื่นพายุลมแรงกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที...ภายในเรือลำนี้ มี 3 สหาย ผู้ ซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตราย ประกอบไปด้วย นายอิสลาม นายความสุข และนายรุ่งเรือง ทั้งสามคนนี้เป็นสหายที่รักกันมาก แต่การเดินทางครั้งนี้ จำเป็นจะต้องมีใครสักคนเสียสละชีวิตลงจากเรือไป เพื่อให้เรือลอยลำสู่จุดหมายอย่างปลอดภัย...

เมฆก้อนใหญ่รวมตัวปกคลุมท้องฟ้าจนมืดสนิท คลื่นทะเลยักษ์กำลังถาโถมเข้ามา เกือบถึงเรือลำนี้ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เป็นช่วงเวลาสำคัญที่มีใครบางคนอยู่ และใครบางคนต้องกระโดดลงจากเรือไป...

นายอิสลามพูดขึ้นว่า “เมื่อถึงสถานการณ์คับขันจริงๆ เราจะเป็นคนแรกที่กระโดดจากเรือไป เพื่อพวกนายทั้งสองจะได้มีชีวิตอยู่บนเรืออย่างปลอดภัย”

นายความสุขได้ยินเช่นนั้นจึงรีบพูดขึ้นว่า “นาย คิดดีแล้วหรอ ถ้าเรือลำนี้ขาดเสาหลักอย่างนายไป มันจะแล่นต่อไปได้นานแค่ไหน เราอยู่ไม่ได้โดยไม่มีนายนะ ความสุขก็คงไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง คงเป็นแค่ความสุขจอมปลอมอย่างแน่นอน”

นายรุ่งเรืองได้ยินเช่นนั้นจึงรีบพูดขึ้นว่า “เรา ว่านายอิสลามคิดถูกต้องแล้วล่ะ เรือลำนี้ต้องเดินทางอีกไกล ต้องเจริญก้าวหน้าอีกเยอะ นายเป็นพวกหัวโบราณ อยู่ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก”

นายความสุขไม่พอใจที่นายรุ่งเรืองกล่าวดูหมิ่นนายอิสลามเช่นนั้น จึงพูดขึ้นว่า..“นายนั่นแหละคือคนที่มีค่ากับเรือลำนี้น้อยที่สุด ไม่จำเป็นต้องมีนาย เราก็อยู่กันอย่างสงบและพอเพียงได้”

ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายยิ่งไปกว่านี้ นายอิสลามจึงพูดขึ้นว่า “เราเข้าใจดีว่านายทั้งสองต่างก็มีคุณค่ากับเรือลำนี้แตกต่างกันไป นายความสุขก็เติมเต็มรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ส่วนนายรุ่งเรืองก็สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับเรือลำนี้ได้กินดีอยู่ดี มาโดยตลอด ส่วนตัวเราเองนั้น คงเป็นแค่เสาหลักเก่าๆที่ไม่ค่อยมีใครเห็นคุณค่า หลายคนรู้จัก แต่ไม่เคยเข้าใจ หลายคนเลื่อมใส แต่ไม่เคยศรัทธา....

ไม่ทันที่นายอิสลามจะพูดจบ คลื่นยักษ์ก็โถมกระหน่ำเข้าใส่เรือใบในชั่วพริบตา ลำเรือค่อยๆเอียงเกือบจมลงสู่ใต้ท้องน้ำ นายรุ่งเรืองเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงตัดสินใจผลักนายอิสลาม ตกลงน้ำทะเลไป…

ด้วยน้ำหนักที่น้อยลงทำให้เรือใบค่อยๆเอียงลำเรือกลับสู่สภาพปกติอีกครั้ง และสามารถแล่นต่อไปได้...แต่ก็ยังโคลงเคลง หยุดจอดเป็นระยะๆ เพราะความไม่ลงรอยกันของนายความสุข กับนายรุ่งเรือง นายความสุขก็มัวแต่เฮฮา ไร้สาระ เพราะขาดหลักยึดเหนี่ยวอย่างนายอิสลาม ความสุขที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงภาพลวงตา ที่หามีคุณค่าไม่! ส่วนนายรุ่งเรืองก็เริ่มขาดความซื่อสัตย์และความมีคุณธรรม โกงกินทุกวิถีทาง กอบโกยผลประโยชน์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เรือลำนี้กำลังแล่นออกจากจุดหมายไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าชะตากรรมข้างหน้าจะเป็นเช่นไร

ผ่านไปไม่นานความปั่นป่วนก็เกิดขึ้นบนเรืออย่างไม่หยุดหย่อน จนในที่สุดเรือลำนี้ก็ไม่สามารถแล่นต่อไปได้ และอับปางลงในที่สุด

ห่างจากกลางทะเลไปมีเกาะเล็กๆอยู่เกาะหนึ่ง ผู้คนที่นี้มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปมาก จากเคยเคารพบูชาผีสางเทวดา ก็เริ่มใช้สติปัญญาเรียนรู้ถึงการมีอยู่ของพระเจ้า เชื่อว่าอัลลอฮฺคือพระเจ้าแห่งสากลโลก เลิกพิธีกรรมบูชาเจว็ด มาปฏิบัติการละหมาดเพื่อขอบคุณต่อพระองค์ที่ได้ให้แนวทางที่เที่ยงแท้กับพวก เขา ...ตั้งแต่นายอิสลาม ถูกพัดเข้ามาติดที่เกาะแห่งนี้.. หลายสิ่งหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไป สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับคนบนเกาะเป็นอย่างมาก เมื่อ ความเป็นอิสลามไปอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ความศิวิไลต์ ย่อมเกิดขึ้น ผู้คนอยู่กันอย่างมีความสุข เป็นความสุขเพื่อพระเจ้าที่จีรังยั่งยืนจนไม่อาจประเมินค่าได้ และอีกไม่นานความรุ่งเรืองก็จะตามมา โดยไร้ซึ่งความหายนะอย่างที่เคยประสบกับเรือใบในคราวที่ไร้ซึ่ง นายอิสลาม....

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า......

หากไม่มีอิสลาม เราคงอยู่ไม่ได้

เหมือนกับเรือใบที่สักวันหนึ่งต้องอับปางลง…

จงมีชีวิตอยู่เพื่ออิสลาม! อยู่เพราะอิสลาม! และอยู่อย่างอิสลาม !

อินชาอัลลอฮฺ เราจะพบความสุข และความรุ่งเรืองที่แท้จริง.......


Power of Islam




0 ความคิดเห็น: