การเดินทางของเข็มนาฬิกา


หลายคนไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ได้กลายเป็นหนุ่มเป็นสาว หรือเติบโตเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งก็อาจเป็นเพราะพวกเราไม่เคยมีโอกาสได้หยุดมองรอยต่อของวัยเหล่านั้น ถ้าไม่เรียนไม่เล่นจนเพลินไปเสียก่อน เหตุผลของการพลาดโอกาสเช่นนั้น ก็คงหนีไม่พ้นความยุ่งเหยิงในชีวิต ในวาระที่ต้องขวนขวายหาสถานที่ศึกษาต่อหรือไม่ก็มัวแต่กระเสือกกระสนหางานทำหลังเรียนจบ รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นหนุ่มสาวมหาลัย หรือไม่ก็เป็นผู้ใหญ่ในคราบมนุษย์เงินเดือนไปเสียแล้ว เพื่อนๆ เคลื่อนตัวจากสถานที่หนึ่งไปสถานที่หนึ่งเท่านั้น หากยังพาพวกเขาก้าวข้ามจากเวลาหนึ่งไปสู่อีกเวลา ดุจเดียวกับการเดินของเข็มนาฬิกาอีกด้วย "การที่เราได้เห็นทุกวินาทีกลายเป็นอดีต ทำให้เรารู้ว่าทุกอย่างจะไม่หวนมาอีกแล้ว"



หลังจากที่พวกเราได้เดินทางข้ามวันและคืนผ่านจุดแล้วจุดเล่ามาแล้ว "นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้นั่งที่นี่ อ่านข้อความจาก มุมนี้" เพราะพรุ่งนี้ หรือวินาทีต่อไป จะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกแล้ว สำหรับเรา ไม่ใช่แค่หน้าของเพื่อนร่วมชั้นเรียน และ ร่วมกินร่วมเที่ยวเท่านั้นที่จะเปลี่ยนไป เพราะแม้แต่ "หน้าตา" ของพวกเขาเองก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วด้วย จากที่เคยเป็นผ้าที่มีสีขาวเป็นส่วนประกอบใหญ่ พวกเราก็จะกลายเป็นผ้าที่มีสีอื่นมาแต่งแต้ม วัยของพวกเราอาจคือวัยแห่งความไม่ชัดเจน หลายคนไม่รู้ว่าอะไรควรเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต พวกเราบางคนจึงเลือกจะจัดเรื่องลดความอ้วน และ การพยายามดึงดูดความสนใจไว้เป็นอันดับหนึ่ง อีกทั้งช่วงอายุของเรายังเป็นวัยแห่งจินตนาการ เห็นอะไรเล็กๆ น้อยก็สามารถนำมาสานต่อเป็นเรื่องแต่งอันบรรเจิดได้ เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมาย เราก็สามารถจัดการกับความสับสนของตัวเองได้ ในขณะที่บางคนก็ยังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเดิมๆราวกับเด็กไม่รู้จักโต ถึงอย่างนั้น ก็ยังพูดได้ว่าทุกคนที่ร่วมเดินทางได้ก้าวมาสู่อีกหนึ่งหลักชัยของชีวิตแล้ว แต่ต่อให้เดินมาแล้วหลายพันหลายหมื่นก้าว พวกเราก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในการเดินทางครั้งต่อไปอยู่ดี เพราะชีวิตของพวกเขายังไม่สิ้นสุด และยังมีอีกหลายหลักชัยเหลือเกินที่รอให้พวกเราเดินไปถึง

0 ความคิดเห็น:

อิสลามเคยยิ่งใหญ่ในอาดีต

อิสลามเคยยิ่งใหญ่ในอาดีต ในทางด้านการปกครองเศฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์
ก่อนหน้า นักวิยาศาสตร์ชาวยุโรป มาก่อน หกร้อย ปี คุณเชื่ิอ หรืเปล่า ?


0 ความคิดเห็น:

บางที...อาจลืมไป


อะไรกัน)...ที่จะมีโอกาสแค่ครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย

...ก็คงมีแค่(การเกิดกับการตาย)เท่านั้นเอง...

แล้วเราจะไปหวังอะไรกับดุนยา...ใบนี้..

มันเป็นโลกที่มีแต่ความเสียหาย...ไม่ถาวร...

โลกหน้าคือความจริง...และถาวรสำหรับเรา

ก็แค่ได้หายใจ...บนโลกดุนยาก็เพียงพอแล้ว

และทำงานของดุนยาระหว่างที่หายใจก็พอแล้ว

อย่าตักตวงกับอะไร...อะไร...????

ที่จะนำเราไปในทางผิดบาป..ให้เราผิดทางนำ...และฉุดเราลงนรก

ทำให้ลมหายใจเรามีคุณค่าในระหว่างที่เราหายใจ

เพราะถ้าหมดลมหายใจเราจะไม่ได้กระทำอะไร..อะไร...เลย

0 ความคิดเห็น:

...อันตรายจากน้ำอัดลม


...อันตรายจากน้ำอัดลม



เป็น fwd. เมล์ มาบอกต่อ เราก็ชอบทานเป็ปมาก สงสัยต้องงดแล้วแฮะ

...อันตราย จากน้ำอัดลม
คุณแม่ยังสาวคนหนึ่งเสียชิวิตเนื่องจากไต วายทั้งสองข้าง เธอได้รับการรักษาที่รพ.เพอร์ทามิน่าเป็นเวลาหนึ่งเดือน โดยได้รับอนุญาตให้กินได้แค่นํ้า 1 แก้วในหนึ่งวัน เท่านั้น หมอให้การรักษาเธอ แต่ดูเหมือนว่าจะสายไปเสียแล้ว เธอเล่าว่าเธอดื่มนํ้าอัดลมตอนทานอาหารกลางวันทุกวัน แต่แม้ว่าเธอจะดื่มนํ้าอัดลมเพียงวันละ 1 แก้ว มันก็สามารถทำลายอวัยวะภายในของเธอได้ ท้ายที่สุดเธอเสียชีวิตลงเมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว โดยทิ้งบุตรชายวัย 1 ขวบไว้ นํ้าอัดลมอันตราย!!!

หัวข้อนี้ไม่ใช่เรื่อง การเมืองแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ" โค้ก" ซึ่งน่าสนใจมาก สำหรับผู้ที่ชอบดื่มโค้กหรือเป๊ปซี่ซึ่งคิดว่าคุณรู้เรื่องเกี่ยวกับนํ้าอัด ลมดีแล้ว นํ้าอัดลมสามารถ....

.........ทำความสะอาดห้องนํ้าโดยการริน โค้กลงในโถชักโครก ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วจึงกด ชักโครก กรดซิติกในโค้กจะขจัดคราบสกปรกได้อย่างดี

.........ใช้ขัดจุดสนิมบนกันชนรถโดยการขัดกันชนด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ ขยําเป็นชิ้นเล็ก ๆและจุ่มโค้ก ใช้ทำความสะอาดรอยกัดกร่อนบนสายแบตเตอรี่รถโดยการรินโค้กให้ทั่วสายแบต ฟองที่เกิดขึ้นจะช่วยขจัดรอยดังกล่าวได้ ช่วยทำให้รอยสนิมบนผ้าจางลงโดยการจุ่มผ้าในโค้กประมาณ 2-3 นาที

.........ช่วยอบแฮมที่ชื้น ได้ โดยการเทโค้ก 1 กระป๋องลงในกระทะซึ่งตั้งไฟไว้ แล้วใส่แฮมที่ห่อด้วย อลูมิเนียมฟอยล์ลงไป แกะฟอยล์ออก 30 นาทีก่อนแฮมสุก และผสมแฮมกับโค้กจะได้นํ้าเกรวี่สีนํ้าตาล ช่วยขจัดรอยฝังแน่นจากผ้าโดยการเทโค้ก 1 กระป๋องลง บนผ้าสกปรก เติมนํ้ายาซักผ้าและซักตามปกติ โค้กจะช่วยทำให้คราบฝังแน่นจางลง

.........และยังช่วยทำความสะอาดรอยนํ้า ซึ่งกระเด็นจากถนนบนกระจกรถได้อีกด้วย แล้วเราก็ดื่มสิ่งนี้ลงไป!!! ข้อมูลเกี่ยวกับโค้กและเป๊ปซี่ นํ้าอัดลม เช่น โค้ก หรือ เป๊ปซี่มีค่ากรดด่างเท่ากับ 3.4 โดยประมาณซึ่งค่า ความเป็นกรดนี้สามารถกัดกร่อนฟันและกระดูกได้

............ร่างกายคนเราจะหยุดสร้างกระดูก เมื่อเรามีอายุประมาณ 30 ปี หลังจากนั้นกระดูกจะกร่อนลงประมาณ 8-18% ในแต่ละปี โดยขึ้นอยู่กับความเป็นกรดของอาหารซึ่งบริโภคเข้าไป(ค่าความเป็นกรดไม่ได้ ขึ้ นกับรสชาติของอาหาร แต่ขึ้นกับค่าของธาตุโปแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม เช่นฟอสฟอรัส เป็นต้น) และจะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ส่วนประกอบของแคลเซียมซึ่งมีศักยภาพในการกัดกร่อนกระดูกจะไหลเวียนอยู่ใน เส้น เลือดฝอย เส้นเลือดใหญ่เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานของตับ

............นํ้า อัดลมไม่มีคุณค่าทางโภชนาการแต่อย่างใด (ในแง่ของวิตามิน และแร่ธาตุ) แต่จะมีส่วนผสมของนํ้าตาล มีกรดสูงมาก และมีสารปรุงแต่งจำพวก วัตถุกันเสียและสีมากกว่า บางคนชอบดื่มนํ้าอัดลมเย็นๆหลังทานอาหารแต่ละมื้อ ลองเดาสิว่าคนเหล่านั้นได้รับผลกระทบอะไรบ้าง

............ร่างกายของคนเราขณะย่อยอาหารจะมีอุณหภูมิ 37 องศา แต่นํ้าอัดลมเย็นๆ ที่ดื่มเข้าไปมีอุณหภูมิตํ่ากว่า 37 องศามาก และมีอุณหภูมิเกือบจะ 0 องศา ในบางครั้ง กรณีเช่นนี้ทำให้ประสิทธิภาพในการย่อยอาหารของร่างกาย ตํ่าลง การย่อยอาหารทำได้ยากขึ้นและย่อยอาหารได้น้อยลง ในความเป็นจริงแล้ว อาหารในร่างกายจะเสียและส่งแก๊สซึ่งมีกลิ่นเหม็นออกมา อาหารจะเน่าเปื่อย และทำให้เกิดสารพิษซึ่งจะถูกดูดซึมในลำไส้และจะไหลเวียนในระบบเลือดไปทั่ว ร่างก าย สารพิษซึ่งแพร่ออกไปทั่วร่างกายนี้จะส่งผลให้เชื้อโรคต่างๆเจริญเติบโตได้ดี ขึ้น คิดให้ดีก่อนที่คุณ จะดื่มโค้ก เป๊ปซี่ หรือนํ้าอัดลมประเภทอื่น

...........คุณเคยคิดเวลาคุณดื่มนํ้าอัดลมหรือไม่ว่าคุณดื่มอะไรเข้าไป คุณกำลังกลืนสารคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ไม่มีใครในโลกจะแนะนำให้คุณดื่ม สองเดือนต่อมา D2 มีการแข่งขันในมหาวิทยาลัย เดลีว่า "ใครดื่มโค้กได้มากที่สุด" ผู้ชนะดื่มโค้กเข้าไป 8 ขวด และเสียชีวิตทันทีเพราะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด มากเกินไป และมีก๊าซออกซิเจนในเลือดไม่เพียงพอ

...........หลังจากนั้น ผู้อำนวยการจึงสั่งห้ามขายนํ้าอัดลมในห้องอาหารของมหาวิทยาลัยอีก มีคนใส่ฟันซึ่งหลุดแล้วลงไปในขวดเป๊ปซี่ และมันถูกกัดกร่อนในเวลา 10 วัน ฟันและกระดูกเป็นอวัยวะในร่างกายเพียงอย่างเดียวซึ่งสามารถคงอยู่ได้ อีกหลายปีหลังจากที่มนุษย์เสียชีวิตลง ลองคิดดูสิว่านํ้าอัดลมจะมีผลอย่างไรต่อลำไส้อ่อนๆ และกระเพาะอาหารของเรา

http://www.forest.ku.ac.th/webboard/for_print.asp?qNo=555&page=



...........ถ้าตัดเล็บแช่ในน้ำโค้ก 4 วัน จะละลายหมด

...........บริษัทขายน้ำโค้ก ใช้น้ำโค้กทำความสะอาดเครื่องยนต์ของรถ truck
มา นานประมาณ 20 ปีแล้ว ท่านยังอยากดื่ม โค้ก หรือดื่มน้ำกัน เลือกเอาเอง

...........เวลาขนย้ายน้ำโค้กเข้มข้นเพื่อ ส่งตามโรงงานทั่วโลก
ที่รถ truck จะต้องติดป้ายไว้ว่า "มีวัตถุที่มีกรดกัดกร่อนได้ เป็นอันตราย"



http://gotoknow.org/blog/bonlight/47946

อ่านเจอแล้วนำมาแลกเปลี่ยน

* สารตัวสำคัญที่มีอยู่ในโค้ก ก็คือกรดกำมะถัน (Phosphoric acid) ในด้าน ความเป็นกรดด่าง มันมีความ เป็นกรดอยู่สูงมากพอที่จะละลายตะปูได้ภายใน 4 วันกรดที่สะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้ยากที่ จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้
* น้ำโซดาจะเป็นตัวชะล้าง แคลเซียมออกจากกระดูกของท่าน ช่วยทำเกิดโรคกระดูกพรุน
* ในน้ำอัดลมหนึ่งกระป๋อง จะมีน้ำตาลที่ไม่ให้พลังงานอยู่ประมาณ 12 ช้อนชา
* ในน้ำอัดลมที่ช่วยลดน้ำหนักตัว (Diet soda) ที่ใช้น้ำตาลเทียมสังเคราะห์ (Artificial sweetener) เพิ่มความหวาน จะทำให้ร่างกายของท่านกระหายน้ำตาลมาก ยิ่งขึ้น เพราะว่า น้ำตาลสังเคราะห์เหล่านี้มีความหวานมากกว่าน้ำตาล ธรรมดามาก
* สีที่ใช้เติมในน้ำอัดลม เป็นสารเคมี ก่อมะเร็ง
* เราเรียกน้ำอัดลมนี้ว่า น้ำตาลเหลว เพราะ มันมีน้ำตาลประกอบอยู่สูง การ ดื่มน้ำอัดลม ก็เสมือนกับการกินแท่งช็อก โกเล็ตน้ำตาลเหลว
* ส่วนประกอบสำคัญในน้ำอัดลม ก็คือ น้ำเชื่อมฟรัคโต๊สที่ได้มาจากข้าวโพด
* ต่อไปจะไม่ดื่มน้ำอัดลมแล้วค่ะ (โดยเฉพาะโค้ก)

0 ความคิดเห็น:

จงทำความดี‏




สรุปให้แล้วกันน่ะจ๊ะ

เดนมาร์กวางแผนจะเผา อัล-กุรอ่านในวันอาทิตย์หน้า
ที่เมือง coppenhangen
เพื่อตอบโต้การปฏิเสธ ของมุสลิมที่ต่อการสินค้าของพวกมัน
คาร์ฟูร์ปฎิเสธที่จะ ต่อต้านการใช้สินค้าของอิสราเอล อเมริกาและเดนมาร์ก
(สามประเทศนี้มีส่วน ร่วมด้วย)
KFC,Mc Donald,Burger King,Pizza Hut ,and Starbucks
สนับสนุนสินค้าของเดน มารฺ์กเพื่อไม่ให้พวกมันขาดทุน

อย่าให้เมลนี้หยุดอยู่ แค่ในคอมพิวเตอร์ของเรา
ให้พวกเราช่วย กันforward เมลต่อไปให้มากที่สุดและขอดุอาอฺจากพระองค์อัลลอฮฺให้ลงโทษกับการกระทำของ พวกมันด้วย
ให้เดนมาร์กประสบกับ ความพ่ายแพ้

จนกระทั่งทุกวันนี้ เดนมาร์กไม่ได้เสียใจที่มันได้ล้อเลียนท่านนบีมุฮัมมัดลงในหนังสือพิมพ์ของ มันเลย
ผู้แทน,นายกรัฐมนตรี และรายการโทรทัศน์ของเดนมาร์กพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะหยุดการต่อต้านของ มุสลิมต่อสินค้าของพวกมันเพราะเดือนที่แล้วมันขาดทุนไป 80 พันล้านยูโร

ส่งเมวนี้ต่อไป เรื่อยๆๆๆๆๆๆน่ะ ในวันกิยามัตเราอาจจะถูกถามว่า เราได้ทำอะไรไปบ้างเมื่อท่านนนบีมุฮัมมัดของเราถูกล้อเลียน
7- up drinks, Legos; Cadbury, Chocolates, Hall Chewing gums or any product with 57 (สินค้าที่สนับสนุนเดนมาร์ก)

0 ความคิดเห็น:

เมื่อวันหนึ่ง " วันแห่งการฟื้นคืนชีพมาถึง "


เราคงรู้สึกอยากแก้ไขอะไรหลายๆอย่างในชีวิตที่ผ่านมา
เรื่องราวในอดีต ที่เราคิดว่ามันเป็นเรื่อง สนุกสนาน
แต่ มันกลับ ขมขื่น ยิ่ง ณ วันนั้น

วันที่เรา เดินควงแขนกับต่างเพศ ทั้งที่ยังไม่ ได้แต่งงาน
วันนั้นที่เรามีความสุขเหลือเกิน ใจสองเราอยู่ใกล้ชิดกัน
วัน ที่เราละเลย ไม่ใส่ใจกับเวลาของการละหมาด
จน เวลาล่วงเลยผ่านมา เราก็ยังทำเป็นเฉยชา
วันที่หูของเรา เคล้าแต่เสียงเพลง
มากกว่าที่มัน จะ ฟังเสียงกุรอ่าน
วัน ที่ ปากของเรากัดกิน เนื้อ พี่น้องที่ตายไปแล้ว
มากกว่าที่จะเปล่งคำพูด เพื่อ ตักเตือน กัน
วันที่ สองมือของเราถูกขยับเพื่อใช้แช็ทกับเพื่อน ข้าม คืนอย่างไร้สาระ
มากกว่าที่มันจะถูกหยิบจับ เพื่อการบริจาค
วันที่ นิ้วของเราถูกใช้เพื่อกดเบอร์โทรศัพท์ หา ใครบางคน
มากกว่าที่มันจะ ขยับลูกตัส เบี๊ยะ
วันที่ น้ำตา ของเราถูกหลั่งเพื่อดูบทพระเอกพร่ำกับนางเอกก่อนตาย
มากกว่า ที่มันจะถูกหลั่ง เพื่อการเกรงกลัวอัล ลอฮฺ
วันที่ สอง เท้าของเราย่ำเข้าไปในโรงหนังทุกอาทิตย์
มากกว่า ที่มันจะ ถูกย่ำไปมัสยิด ทุก เวลา

วันนี้ของเรา ยังไม่ถึงวันนั้น
วันที่ท่านจะไม่พูดอะไร นอกจาก เท้า ของท่าน มือ ของ ท่าน จะเป็นผู้ตอบเอง
ท่าน ยังมีเวลา ที่จะกลับตัว เตาบัต
แก้ไขในวันข้างหน้าให้อยู่บน เส้นทางที่เที่ยงธรรม
อย่า หลอกตัวเอง ว่าอีกนาน กว่าความตายจะมาถึง
อย่า หลับ ตา โดยที่ไม่นึกถึงเลยว่า พรุ่งนี้ท่านอาจจะไม่ตื่น
อย่า ทำเป็นรู้ดี ว่าตอนนี้ฉันทำบุญมากมายเพียงพอแล้ว
อย่า ปิดหู หากมีคนมาบอกท่านว่า เพื่อนของท่านนั้นถึงแก่อะญั้ลแล้ว
อย่า เดิน ผ่านกุโบร์ โดยที่ท่านไม่เหลียวมองมันเลยว่า
วัน หนึ่งฉันก็ต้องอยู่ในนั้น
วันแห่งการฟื้นคืนชีพ ใกล้มาถึงแล้ว
โลก ใบกลมเบี้ยวๆใบนี้ แก่มากแล้ว เหนื่อยมากแล้ว
อีกไม่นานก็ต้องดับสูญ
แต่ มนุษย์ยังคงต้องตื่นอีกครา
เพื่อเรียกมาสอบสวนและให้ผลตอบแทนในสิ่งที่ กระทำไว้บนดุนยา
เป็นวันซึ่งไม่มีใครช่วยเหลือใครได้เลย......

" และ จงเกรงกลัว วันหนึ่ง ซึ่งในวันนั้นไม่มีใครสามารถที่จะช่วยใครได้แต่อย่างใด
และการ ไถ่โทษ แทนจากใครก็จะไม่ เป็นที่ยอมรับ
การ ขอไถ่แทน ก็ จะไม่เป็นประโยชน์แก่ใคร
และ ผู้ที่ ทำผิด ทั้งหลายจะไม่ได้รับการช่วยเหลือ "
อัลบากอเราะฮฺ : 123

ข้อความนี้มาจากมีคนส่งเมลมาให้ มีความเห็นว่ามีความสำคัญต่อพี่น้องมุสลิมทุกคน จึงนำมาเผยแพร่

0 ความคิดเห็น:

ข้อมูลฟุตบอลโลก 2010 สถานที่ท่องเที่ยวแอฟริกาใต้


ฟุตบอล โลก 2010

ภาย หลังจากที่ ฟีฟ่า ต้องการที่จะมีการจัดฟุตบอลโลกที่ ทวีปแอฟริกา

แอฟริกาใต้ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน ฟุตบอลโลกปี 2010

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2547 สหพันธ์ฟุตบอลโลก (FIFA) ได้ประกาศผลการลงคะแนนเสียงของคณะกรรมการบริหาร FIFA ซึ่งเลือกให้แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกในปี ค.ศ. 2010 ด้วยคะแนน 14 เสียง จาก 24 เสียง โดยโมร็อกโกได้ 10 เสียง อียิปต์และลิเบียไม่ได้คะแนน ส่วนตูนิเซียขอถอนตัวออกจากการลงสมัคร สำหรับแอฟริกาใต้เคยแพ้เยอรมนีในการคัดเลือกเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกปี ค.ศ. 2006 เพียง 1 เสียง

ดังนั้น แอฟริกาใต้จึงคาดหวังในการได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกปี 2010 ค่อนข้างมาก และยังนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศในทวีปแอฟริกาจะเป็นเจ้าภาพ จัดฟุตบอลโลก ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อแอฟริกาใต้ที่กำลังประสบปัญหาการว่างงานสูง โดยคาดว่าการเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกในปี 2010 จะช่วยสร้างงานในแอฟริกาใต้ได้ถึง 150,000 ตำแหน่ง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2549 นาย Trevor Manuel รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของแอฟริกาใต้เปิดเผยว่า รัฐบาลแอฟริกาใต้วางโครงการงบประมาณในการสร้างสนามกีฬาใหม่เป็นเงิน 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และใช้งบประมาณในการพัฒนาระบบคมนาคม ทั้งรถไฟ รถ minibus และรถ taxi อีกประมาณ 1,640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การ คัดเลือกประเทศเจ้าภาพ

ในการคัดเลือกประเทศเจ้าภาพนั้นได้มี 5 ประเทศ เข้าร่วมชิงการเป็นเจ้าภาพ ได้แก่
- อียิปต์
- ลิเบีย/ตูนิเซีย
- โมร็อกโก
- แอฟริกาใต้

ต่อมาทีมบริหารของฟีฟ่าไม่อนุญาตให้มีเจ้า ภาพร่วมในการจัดการแข่งขัน, ตูนีเซีย ถอนตัวออกจากการคัดเลือก คณะกรรมการตัดสิทธิ ลิเบีย ออกจากการคัดเลือกเนื่องจากมีคุณสมบัติไม่เพียงพอ
**อ่านเพิ่มเติม ก้อปปี้ลิงค์ข้างล่าง
http://lanmsr.igetweb.com/index.php?mo=3&art=462676
**ถ่ายทอดสดฟุตบอล ทีวีช่องต่างๆ โปรแกรมฟุตบอลวันนี้
http://lanmsr.igetweb.com/index.php?mo=3&art=462675
**ประวัติฟุตบอลโลก World Cup พร้อมรายชื่อ แชมป์แต่ละปี
http://lanmsr.igetweb.com/index.php?mo=3&art=462674

0 ความคิดเห็น:

แอ็ดคาราบาว ห้อยสร้อยคอ จตุคาม อัลเลาะห์


ไม่เชื่อ และไม่คิดจะเชื่อ ว่าคำบอกกล่าวจากเพื่อนฝูงว่า แอ็ดคาราบาว ห้อย จตุคาม อัลเลาะห์ ครั้นข้าพเจ้าก็งง และสงสัย

เมื่อได้เห็นกับตา ตัวเอง ก็คิดว่า คงไม่ใช่ จตุคม อัลเลาะห์ หรอก แต่มันเป็นสร้อย ที่เขียนหรือสลักภาษาอาราบิค เป็นนามของพระเจ้า คือพระองค์อัลเลาะห์

แต่แปลกใจ ว่าคนที่ห้อยนั้น เป็นใคร และเค้ามีความคิด มีความเชื่อ อย่างไร ถึงได้ห้อยสร้อยพระนามอัลเลาะห์
คำ ถามที่ตามมาคือ ความเหมาะสม กับการกระทำอย่างนี้ ท่านคิดอย่างไร


ถ่ายภาพจากรายการที ช่องModern NINE อ ส ม ท. คืนวันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน 2550


เป็นห่วงว่า หากวันใดวันหนึ่ง มีการถามหาแฟชั่นสร้อย (เวอร์ชั่นที่แอ็ดคาราบาว) ห้อย กันทั่วไป ไม่แน่ว่าเราๆท่านๆ อาจจะได้เห็นสร้อยคอแบบแอ็ดคาราบาววางขายคู่กับท้าวจตุคาม ต่างๆ ก็เป็นได้

หากท่านที่ได้ดูรายการนี้จะเห็นสร้อยดังกล่าวอย่าง ชัดเจน อย่างที่สุด

(ด้วยความเป็นห่วง)
นาย บา ชา





0 ความคิดเห็น:

พบสัตว์ประหลาดหัวเหมือนคนลำตัวเป็นงู(มีคลิป)


ฮือฮาทหารลาวจับสัตว์ประหลาด "หน้าเป็นคน ตัวเป็นงู" มีแขน 2 ข้าง ลำตัวยาว 3 เมตร มีเกล็ดเหมือนงูเหลือม พ่อค้าหัวใสนำภาพถ่าย-คลิป เร่ขายตามชายแดนไทย-เขมร-ลาว คนแห่ซื้อเพียบ อีกกระแสหนึ่งบอกพบที่ถ้ำใกล้เขาพระวิหารตอนนี้ทหารเขมรพาออกจากถ้ำไปแล้ว

ภาพประหลาดที่กำลังสร้างความฮือฮาให้ชาวบ้านบริเวณชาย แดนไทย-กัมพูชาครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวเขมร ชื่อ ศร อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นคนงานที่เขียงหมูแห่งหนึ่งใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ทหารสาธารณรัฐประชาชนลาว กำลังตระเวนตามแนวชายแดนลาว-กัมพูชา ได้พบสิ่งผิดปกตินอนขดอยู่เบื้องหน้า ตอนแรกทหารเหล่านั้นคิดว่าเป็นงู แต่เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ปรากฏว่าสิ่งมีชีวิตดังกล่าวเคลื่อนไหวโดยการชูคอขึ้น ทำให้มองเห็นใบหน้าซึ่งคล้ายมนุษย์ทุกประการ


จาก นั้น ทหารจึงช่วยการล้อมจับไว้ได้ แล้วนำมาตรวจสอบ พบว่าใบหน้ามีลักษณะคล้ายคนแก่ผิวหนังเหี่ยวย่น มีหนวดยาว ผมยาวสีทอง มีแขน 2 ข้าง และนิ้วมือเหมือนมนุษย์ ส่วนลำตัวลงไปมีลักษณะคล้ายงูมีความยาวประมาณ 3 เมตร มีเกล็ดคล้ายงูเหลือม ต่อมาทหารได้นำกลับไปยังกรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว โดยพวกเขาเรียกว่า สัตว์หลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากที่ทหารลาวจับสิ่งมีชีวิตที่หน้าเหมือนคนแต่ตัวเหมือนงูได้ สร้างความฮือฮาให้แก่ประชาชนตามแนวไทยแดนของทั้ง 3 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ลาว เขมร และไทย นอกจากนี้ยังพบว่ามีการนำภาพของงูหน้าเหมือนคนออกเร่ขาย ทั้งในรูปแบบของโปสการ์ด และภาพเคลื่อนไหว หรือคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 1 นาที ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่พบเห็นซื้อเก็บไว้จำนวนมาก

"ตอนแรกที่ผมได้ยินเรื่องนี้ก็ไม่เชื่อ กระทั่งได้เห็นภาพที่เพื่อนชาวเขมรนำมาอวดที่เขียงหมู ถึงกับตกตะลึง เพราะไม่เคยเห็นสัตว์ชนิดนี้มาก่อน ชาวบ้านตามแนวชายแดนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นสัตว์ประหลาด และสังเกตจากใบหน้าคล้ายชายชรามาก คิดว่าอายุคงไม่ต่ำกว่า 100 ปีแน่ นอกจากนี้ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันว่าการพบสัตว์ประหลาดครั้งนี้อาจเป็น อาถรรพณ์ทำให้เกิดอาเพศในแผ่นดินเขมร" แหล่งข่าวชาวเขมรกล่าวทิ้งท้าย

ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าสัตว์ประหลาดนี้ ชาวบ้านเห็นอยู่บริเวณถ้ำใกล้กับเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พระสุรชัย ญาณทีโม พระลูกวัดพนมสังวาส จ.ศรีษะเกษ บอกว่าเห็นทหารกัมพูชาพาออกจากถ้ำไปแล้ว และคลิปที่เห็นนี้ช่างรับเหมาถ่ายมาจากกรุงพนมเปญ ประเทศเขมร และมีการนำคลิปนั้นเผยแพร่ทางเว็บไซต์ยูทูปวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา

0 ความคิดเห็น:

Open the door

0 ความคิดเห็น:

cerita anak derhaka dan apakah punca?


Dengan nama Allah, Yang Maha Pemurah, lagi Maha Mengasihani

Sabda Rasulullah s.a.w. "Berguraulah dengan anak kamu kala usianya satu hingga tujuh tahun. Berseronok dengan mereka, bergurau hingga naik atas belakang pun tak apa. Jika suka geletek, kejar atau usik anak asalkan hubungan rapat. Lepas tujuh hingga 14 tahun kita didik dan ajar, kalau
salah pukullah dia (sebagai pengajaran)"

dimana yang nak dipukul tu? :-? :-? Tapak kakinya... ..:D :D bukan muka, punggung, telinga dan ditempat-tempat yang sensitif... . itu salah... @-) @-)

"Jika dia bijak dan menang dalam sebarang pertandingan sekolah, ucapkan tahniah. Tidak salah kita cium atau peluk mereka sebagai tanda penghargaan. Kala umur mereka 14 hingga 21 tahun jadikan kawan.Tetapi selalunya usia beginilah ibu bapa mula merenggangkan hubungan dan ini menyebabkan anak derhaka".Yang penting anak-anak harus dilatih sembahyang jemaah bersama, latih cium tangan dan peluk penuh kasih dan sayang, maka mereka tidak akan tergamak menderhaka".

Saya pernah tinjau, anak-anak yang lari daripada rumah, berpunca daripada rasa bosan. Belum sempat letak beg sekolah, ibu dah suruh macam-macam.

Si anak rasa tertekan dan menyampah dengan persekitaran dan rumahnya. Boleh disuruh tetapi berikan hak mereka di rumah. Yang penting dia balik ke rumah suka, dan pergi sekolah pun seronok.

"Mungkin ibu bapa punya alasan tidak rapat dengan anak-anak kerana sibuk. Kita boleh cuba cara lain, balik di tengah malam, anak-anak sudah tidur, pergi bilik dan cium dahinya. Hubungan rohani tetap subur, walaupun anak tidur tetapi jiwanya sentiasa hidup."

Jangan kita tunjuk sikap kita yang panas baran, pemarah dan ada kuasa veto kepada mereka, jangan suka mengherdik mereka dengan perkataan

"*****, kurang ajar, sumpah seranah dan sebagainya yang merupakan doa kepada mereka".

inilah yang menyebabkan mereka derhaka kepada kita... :D

DOA ANAK-ANAK TERMAKBUL
Lazim orang tua, pantang anak menegur walaupun tahu mereka bersalah. Jangan rasa tercabar kerana pesan orang tua-tua, bisa ular tidak hilang walau menyusur di bawah akar. Sayyidina Umar berkata, kanak-kanak tidak berdosa dan doa mereka mudah diterima. Begitu juga dengan Rasulullah, kalau
berjumpa anak-anak kecil, Baginda cukup hormat dan sayang sebab anak-anak tidak berdosa. Lagipun kanak-kanak kalau menegur memang ikhlas dan jangan ambil endah tidak endah. Perasaan anak juga mesti dihargai, sesetengah orang tua kurang bercakap dengan anak-anak. Kalau menegur pun dengan ekor mata dan herdikan. Si anak rasa tersisih dan tidak dihargai. Kepada kawan tempat mereka mengadu, bila jumpa kawan baik tidak mengapa, tetapi jumpa yang samseng, ia sudah tentu membawa padah.

BERTAUBAT SEBELUM MELARAT
Jika Tuhan menurunkan hidayah, segeralah insaf dan bertaubat. Tetapi apa caranya jika orang tua telah meninggal sedangkan sewaktu hidupnya kita derhaka dan melawan mereka? Bila insaf, selalulah ziarah kubur emak ayah kita dan bacakan ayat-ayat suci untuknya. Jumpa semula kawan-kawan baik ibu atau jiran-jiran yang masih hidup dan buat baik dengan mereka. Sedekah ke masjid atas nama ibu ayah. Walaupun ibu ayah sudah meninggal, minta maaf berkali-kali semoga ibu redha dan Allah ampunkan dosa.

Allah maha pengampun dan luas rahmatnya. Tetapi jangan ambil kesempatan buat jahat kemudian bertaubat. Hidup tidak tenteram atau bala turun. Cuba kita perhatikan kemalangan yang berlaku setiap hari. Misalnya tayar kereta pecah, jangan lihat dengan mata kasar, selidik apa salah yang telah kita
buat hari ini. Pertama bagaimana hubungan kita dengan Tuhan, jika semuanya baik, turun ke peringkat kedua,bagaimana pula hubungan dengan ibu?

"Pastikan hubungan dengannya sentiasa harmoni dan lancar. Tidak rugi menjalinkan hubungan yang baik kerana hayat mereka bukanlah terlalu panjang untuk bersama kita."

HUBUNGAN DENGAN BAPA
Lazim ibu yang dilebihkan, sedangkan bapa menjeruk perasaan kerana tidak dipedulikan anak-anak.

"Hubungan dengan bapa sepatutnya sama dengan ibu tetapi dalam konteks Islam, kalau berlaku pertembungan, nabi suruh utamakan ibu dahulu. Tiga kali ibu barulah sekali kepada bapa." Bagaimanapun sebaik-baiknya, kasih sayang dan perhatian biar sama agar kedua-duanya tidak berkecil hati. Begitu juga dengan nenek, walaupun kata-katanya ada yang mengarut tetapi jangan melawan di depan mereka. Sebenarnya golongan nyanyuk dan tua mencabar kesabaran kita. Walaupun Allah tidak ambil kira kata-kata mereka tetapi kita wajib mentaati dan menghormati golongan tua."

USAH DERHAKA KEPADA MENTUA
Mentua mesti dimuliakan seperti kita menghormati orang tua sendiri. Kalau mereka kecil hati, samalah seperti tersinggungnya hati emak. Kita saying anaknya kenapa tidak sayang orang yang melahirkannya juga? "Saya tahu, ada menantu kecil hati dan pendam perasaan terhadap mentua yang terlalu ambil berat tentang anaknya. Bersabarlah dan jalin hubungan baik kerana taraf mereka sama seperti ibu bapa kandung," jelasnya.

Kewajipan anak lelaki, pertama kepada Allah, kedua rasul, ketiga emak dan emak mentua, keempat bapa dan bapa mentua dan kelima baru isteri. Isteri kena faham, kalau dia sayang dan melebihkan ibu bapa, itu memang wajar.

"Sebaliknya anak perempuan, yang pertama Allah, kedua rasul dan ketiga suami.Jalan pintas ke syurga bagi anak-anak selain Allah adalah emak dan ayahnya."

Perasaan mentua perlu dijunjung kerana mereka berhak ke atas menantu. Seperti kisah Nabi Allah Ibrahim dengan anaknya Nabi Ismail. Suatu hari, Nabi Ibrahim ke rumah anaknya dan kebetulan Nabi Ismail tidak ada di rumah isterinya pun tidak kenal dengan mentuanya. Menantu berkasar menyebabkan Nabi Ibrahim kecil hati. Dan sebelum balik dia berpesan kepada menantunya suruh suaminya tukar alang rumah kepada yang baru. Bila Nabi Ismail balik, isterinya pun menggambarkan rupa lelaki tersebut menyampaikan pesan. Nabi Ismail sedar itu adalah ayahnya. Nabi Ismail insaf di sebalik simbol kata-kata ayahnya, bahawa isterinya bukan daripada kalangan wanita yang berakhlak, lalu diceraikan. Nabi Ismali berkahwin kali kedua dan bapanya masih tidak mengenali menantu. Sekali lagi Nabi Ibrahim melawat dan menantunya melayan dengan bersopan santun walaupun tidak kenal siapa NabiIbrahim. Nabi Ibrahim tertarik hati dan sebelum balik berpesan lagi, katakan alang rumah anaknya sudah cukup baik dan jangan ditukar kepada yang lain.

*************

Seringkali kita mendengar yang zaman sekarang anak-anak makin ramai yang derhaka kepada ibubapa. Disebalik fenomena yang berlaku ini adakah kita (Ibubapa) mengkaji dan merenung sejenak kenapa anak-anak pada hari ini semakin nakal,jahat dan menderhakai kepada ibubapa mereka? Jika ibubapa mendidik anak-anak dengan betul mengikut gaya hidup islam perkara sebegini dapat dikurangkan. Apabila anak derhaka kepada ibubapa kita bising tetapi adakah kita telah mendidik anak-anak kita dengan betul? Didikan agama yang cukup? Apa kata kita lihat dahulu kisah di bawah :

Seorang lelaki telah datang menemui Khalifah Umar al-Khattab r.a. mengadukan hal kederhakaan anaknya. Lalu Umar memanggil anak lelaki itu dan memarahinya kerana derhaka kepada bapanya serta lupa kepada hak-hak bapanya. Anak itu menjawab: “Wahai Amirul Mukminin, tidakkah anak mempunyai hak ke atas bapanya?” Umar menjawab: “Ya.” Dia bertanya lagi: “Apakah ia wahai Amirul Mukminin?” Jawab Umar: “Memilih ibunya, memberikan nama yang baik dan mengajarnya al-Kitab (al-Quran).” Anak itu berkata: “Wahai Amirul Mukminin! Sesungguhnya bapaku tidak pernah melakukan satu pun perkara tersebut. Mengenali ibu saya, dia dahulunya seorang hamba berkulit hitam dan tuannya seorang Majusi. Saya pula dinamakan “Ju’olan” iaitu sejenis kumbang biasa berwarna hitam. Dia juga tidak pernah mengajarkan aku walau satu huruf pun dari al-Quran. Umar lantas berkata kepada lelaki itu: “Kamu telah datang mengadukan kederhakaan anakmu, walhal kamulah yang telah menderhakainya. Kamulah yang telah berlaku buruj dan jahat sebelum dia berlaku demikian terhadapmu.” Begitulah, Saidina Umar meletakkan kesalahan kepada si bapa, lantaran kecuaiannya dalam mendidik anaknya sendiri.

Benarlah kata-kata Pensyarah subjek Institusi Islamku mengatakan kajian dibuat sebenarnya pada zaman sekarang lebih ramai ibubapa yang menderhaka kepada anak-anak kerana didikan agama tidak diberi secukupnya kepada anak-anak dan lahirnya genarasi tidak bertamadun zaman moden yang ada pada hari ini. Jadi, didiklah anak-anak sejak dari dalam kandungan lagi. Semoga generasi pewaris kita hidup dalam jalan yang diredhai oleh yang Maha Esa.
***********************

0 ความคิดเห็น:

เรื่องราวอันน่าประทับใจ ที่มุสลิมทุกคน (ควร) อ่าน‏

ท่านศาสนทูต ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะศัลลัม กล่าวว่า “มีสองสิ่งที่เป็นความโปรดปรานจากอัล ลอฮฺต่อบรรดาบ่าวทั้งหลายของพระองค์ นั่นก็คือ สุขภาพ และเวลา”

เรื่องราวที่จะกล่าวนี้เป็นเรื่องจริงที่ เกิดขึ้น


เป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่งจากประเทศบาห์เรน ชื่อว่า อิบราฮีม นัซซีรฺ เขาเป็นอัมพาตตั้งแต่กำเนิด มีเพียงแต่หัวและนิ้วของเขาเท่านั้นที่สามารถเคลื่อนไหวได้ แม้แต่การหายใจของเขาก็ต้องใช้เครื่องช่วย

ความ ปรารถนาของเด็กหนุ่มคนนี้คือการได้พบกับชัยคฺ นาบีล อัล เอาว์ดียฺ ด้วยเหตุนี้พ่อของอิบรอฮีมจึงติดต่อชัยคฺนาบีล ทางโทรศัพท์เพื่อขอให้ชัยคฺนาบีลมาเยี่ยมอิบรอฮีม

อิบรอฮีมตื้นตันใจเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นชัยคฺนาบีลเปิดประตูเข้าไปในห้องของเขา
อ่านต่อ....................
ก้อปปี้ลิงค์นี้ได้เลยครับ http://www.igetweb.com/www/lanmsr/index.php?mo=3&art=460048

0 ความคิดเห็น:

น้ำ กับ โค้ก ความต่างที่ไม่ธรรมดา..มีสาระจริงๆๆ‏


Water & Coke น้ำ กับ โค้ก

ถ้าท่านรู้เรื่องนี้
ท่านจะดื่มน้ำมากขึ้น เพราะน้ำเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย 75%

มีงานวิจัยพบว่าในคน 100 คน
ที่ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยให้คน 80 คนลดอาการปวดหลังปวดข้อ ลงได้

ดื่มน้ำวันละ 5 แก้ว ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ได้ ถึง 45 % มะเร็งเต้านมได้ 79%
และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ได้เกือบ 50%!

ทีนี้มาลองรู้จักน้ำ ' โค้ก ' กันหน่อย แน่นอนโค้กรสชาดยอด เยี่ยม
แต่ตำรวจทางหลวงจะ บรรทุกโค้ก 2 แกลลอน ในช่องท้ายรถ เพื่อเวลามีรถชนกันสามารถเอา ' น้ำโค้ก ' ล้างเลือดบนถนนได้เกลี้ยงเกลา

ถ้าเอา T-bone steak ใส่ในชามกะละมังที่มีน้ำโค้กเต็ม จะพบว่าจะถูกละลายไปหมดใน 2 วัน

รินโค้ก 1 กระป๋องลงในโถส้วมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วชักโครก กรดซิตริกในโค้ก จะล้างคราบสกปรกในโถส้วมได้สะอาด
ถ้าต้องการกัดสนิมที่กันชนชุมโครเมี่ยมของรถ ให้เอาที่ขัดที่ทำด้วย foil ชุบโค้ก ขัดสนิมจะออกหมด

ถ้าจะล้างทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ที่มีคราบกรด เกลือเกาะขาวๆ ให้เทน้ำโค้ก ฟองจะกัดคราบขาวออกได้หมด ถ้าจุดขวดติดแน่น งัดไม่ออก เอาผ้าชุบน้ำโค้กหุ้มไว้หลายๆ นาที จะบิดจุดขวดออกได้โดยง่าย

ถ้าจะปิ้ง moist ham ให้เทโค้ก 1 กระป๋อง เทลงในกระทะ ห่อแฮมด้วยอะลูมิเนียมฟอล์ยแล้วปิ้ง 30 นาที
ุ ก่อนแฮมจะสุก แกะฟอล์ยออก ปล่อยให้น้ำเนื้อหยดลงไปผสมกับน้ำโค้กในกระทะ ท่านจะได้น้ำเกรวี่สีน้ำตาล

การล้างคราบไขมันจาก เสื้อผ้า ให้ใช้น้ำโค้ก 1 กระป๋อง ผสมกับผงซักฟอกในปริมาณที่จะใส่ในเครื่องซัก ปล่อยให้ซักด้วยเครื่อง ตามปกติ
โค้กจะช่วยกำจัดคราบไขมัน ได้สะอาดหมดจด

ท่านสามารถผสมโค้กลงในน้ำล้างกระจกรถยนต์ ฟอสฟอริคแอซิดในโค้ก จะช่วยทำความสะอาดกระจกได้ดี

น้ำโค้กมี pH 2.8 ถ้าตัดเล็บแช่ในน้ำโค้ก 4 วัน จะละลายหมด

เวลาขนย้ายน้ำโค้กเข้ม ข้น เพื่อส่งตามโรงงานทั่วโลก ที่รถ truck จะต้องติดป้ายไว้ว่า ' มีวัตถุที่มีกรดกัดกร่อนได้ เป็นอันตราย '

บริษัทขายน้ำโค้ก! ใช้น้ำโค้กทำความสะอาดเครื่องยนต์ของรถ truck มานานประมาณ 20 ปีแล้ว

ท่านยังอยากดื่ม โ ค ้ก
หรือดื่มน้ำกัน เลือกเอาเอง
แปลโดย ศ.กิตติคุณ นพ.เสก อักษรานุเคราะห์
หน่วยงาน : ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
วันที่ลงบทความ 21 เม..ย. 45

ช่วยกัน FWD
บทความนี้ต่อให้คนที่คุณรักและห่วงใย ด้วย.......

0 ความคิดเห็น: