เปิดใจนักเขียนการ์ตูนล้อท่านศาสดา (ศ้อลฯ) ไม่ขอโทษแต่สำนึก

สำนักข่าวเอพี. – Kurt Westergaard วัย 75 ปีนักเขียนภาพล้อชาวเดนมาร์กซึ่งเขียนการ์ตูนล้อเลียนท่านศาสดา (ศอลฯ) พลิกชีวิตที่เหลืออยู่โดยสิ้นเชิง หลังจากใช้ฝีมือวาดเส้นในทางที่ผิดเพียงไม่กี่เส้น ปัจจุบันเขาต้องอยู่ภายใต้อารักขาตลอด 24 ชั่วโมง ต้องเดินทางด้วยรถยนต์หุ้มเกราะ มีหน่วยรักษาความปลอดภัยมาตั้งกองอยู่หน้าบ้าน ซึ่งภายในมีห้องนิรภัย ซึ่งช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อครั้งที่มีผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ขวานพังประตูหน้าเข้า มา

สัปดาห์นี้ Kurt ต้องเผชิญหน้ากับชาวโซมาลี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าพยายามฆ่าเขาเมื่อวันขึ้นปีใหม่ ปี 2010 ภาพการ์ตูนของเขาได้ชื่อว่า ล้อเลียนรุนแรงที่สุดในบรรดาภาพล้อทั้ง 12 ภาพ ที่พิมพ์เผยแพร่ในหนงสือพิมพ์ Jyllands-Posten เมื่อเดือนกันยายน 2005 ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการประท้วงขึ้นทั่วโลกในหลายเดือนต่อมา

ถึงแม้ กลุ่มประท้วงจะสลายตัวลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่กลุ่มหัวรุนแรงไม่ได้วางมือ ดังนั้น ประเทศเดนมาร์ก หนังสือพิมพ์ Jyllands-Posten และตัวเวสเตอร์การ์ด เอง จึงตกเป็นเป้าหมายสำคัญของการญิฮาด

ทางการเกรงว่าเวสเตอร์การ์ ชายร่างสูง ไว้เครา เดินถือไม้เท้าและพูดเสียงทุ้มหนัก จะเสี่ยงถูกสังหารชีวิตเหมือนนักสร้างภาพยนตร์ ธีโอ แวน โกะ ซึ่งทำหนังวิจารณ์อิสลามจนถูกสังหารคาบ้านพัก เวสเตอร์การ์ดต้องอยู่ใต้การอารักขาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2008 หลังจากที่ตำรวจพบการวางแผนสังหาร และจับผู้ต้องสงสัยชาวตูนีเซียได้ 2 คน ซึ่งภายหลังถูกเนรเทศออกจากเดนมาร์กเพราะไม่มีหลักฐานที่แน่นหนา

เมื่อ เขาได้ยินเสียงแตกของประตูกระจกที่เปิดออกไปยังสวน เวสเตอร์การ์ดป้องกันตัวตามสัญชาติญาณ และปฏิบัติตามที่ตำรวจสอนไว้ โดยตรงเข้าไปแอบในห้องน้ำ ซึ่งมีการทำประตูเหล็กที่แข็งแรงเหมือนห้องนิรภัยอีกชั้นหนึ่ง แล้วโทร.แจ้งตำรวจโดยไม่ทันได้เห็นหน้าผู้บุกรุก

เวสเตอร์การ์ดเล่า ว่า เขาได้ยินเสียงหลานสาววัย 6 ขวบกรีดร้องมาจากห้องนั่งเล่น และช่วงนาทีที่ยาวที่สุดในชีวิตของเขาก็เริ่มขึ้น เมื่อผู้บุกรุกพยายามใช้ขวานจามประตูห้องอยู่หลายครั้ง จนเขาไม่แน่ใจว่าประตูห้องจะทนทานได้หรือไม่ และหลานสาวจะยังคงปลอดภัยไหม

แต่ ที่สุดแล้วตำรวจก็มาถึง และช่วยกันสกัดคนร้ายไว้ได้ขณะที่กำลังจะหนีออกจากบ้าน ตำรวจเล่าว่าได้ใช้สเปรย์พริกไทยฉีดใส่หน้า และยิงสกัดคนร้ายที่หัวเข่าหลังจากเขาพยายามจะขว้างขวานใส่ตำรวจ

เวสเตอร์ การ์ดกล่าวว่า ที่สุดแล้วคนร้ายชาวโซมาลีวัย 29 ปีนั่นเองที่ตกเป็นเหยื่อแทนเขา และคงต้องไปนั่งทบทวนในคุกอีกนานในข้อหาก่อการร้าย และพยายามฆ่า หากศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริง เขาจะถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ถึงแม้ในกรณีทั่วๆ ไปโทษสูงสุดของความผิดนี้จะติดคุกเพียง 16  ปีก็ตาม

เวสเตอร์ การ์ดยังคงถูกอารักขาโดยเจ้าหน้าที่ของ PET แม้เหตุการณ์จะผ่านมาได้ระยะหนึ่ง โดยตำรวจย้ายเขาและภรรยาจากบ้านที่เกิดเหตุไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว และจะติดตามไปอารักขาเขาแม้การไปฟังการพิจารณาคดีในศาลที่จะมีขึ้นในวัน พฤหัส (20/01) นี้

เวสเตอร์การ์ดให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกยินดีที่การพิจารณาคดีจะได้เริ่มขึ้นเสียที เพราะเขาจะได้ดำเนินชีวิตของตนเองต่อไปตามปกติ ถึงแม้ว่าการ์ตูนที่ทำให้เสื่อมเสียนี้ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในช่วงที่เหลืออยู่ และติดตามลงหลุมไปพร้อมกับร่างเมื่อเขาสิ้นชีวิตลงก็ตาม

0 ความคิดเห็น:

150 วิธีเพื่อทำดีกับแม่

บทเริ่มต้น
ข้าพเจ้าลองสังเกตหลายๆ คนที่ทำดีต่อพ่อแม่ของเขา การกระทำที่เขาปฏิบัติมักจะเป็น
การกระทำที่ง่ายไม่ต้องใช้ความพยายามสูงและไม่ต้องบังคับตนเอง แต่ความสุขที่ได้รับกลับล้น
หลาม ความดีที่พวกเขากระทำวางอยู่บนรากฐานสามประการที่ร้อยรวมกันนั่นคือ พวกเขามีจิตใจ
ที่บริสุทธิ์และเปิดกว้าง รอยยิ้มแจ่มใส และความจริงใจ สิ่งเหล่านี้เป็นบ่อเกิดแห่งความสุข ดังนั้น
ความสำเร็จจึงเปรียบเสมือนหุ้นส่วนของพวกเขา และความโปรดปรานแห่งพระองค์อัลลอฮฺผู้เป็น
จึงเปรียบเสมือนมิตรสหายของพวกเขาไปเสียแล้ว
โอ้พี่น้องของฉัน
150 วิธีทำดีต่อแม่นี้ เป็นสิ่งที่ได้มาจากการสังเกตบุคคลต่างๆ รอบกายข้าพเจ้า และได้
รวบรวมไว้เป็นหนังสือเพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติและลู่ทางแก่ผู้ที่ต้องการทำดีต่อแม่ของตน หากท่าน
เห็นว่าใน 150 วิธีนี้มีประโยชน์แก่ท่านบ้าง ก็ขอจงนำมันไปปฏิบัติในทันที และหากเห็นว่ามันไม่ก่อ
ประโยชน์อันใดแก่ท่าน ก็ขออย่าได้ลืมเลือนการดุอาอ์ขอพรให้แก่ข้าพเจ้าบ้าง

(1) มอบของขวัญในทุกโอกาสที่เหมาะสม เพราะการให้ของขวัญคือการมอบ
ความสุข อาจจะเป็นในวันอีด, งานแต่งงานลูก, โอกาสที่ลูกๆ ประสบความสำเร็จ, กลับจากการ
เดินทาง, ย่างเข้าฤดูหนาว, ย่างเข้าฤดูร้อน, หายจากอาการป่วยไข้, และอื่นๆ
(2) เปิดบัญชีธนาคารให้ ลูกๆ อาจจะตกลงช่วยกันออกเงินคนละเล็กคนละน้อยใน
ทุกๆ เดือนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้ท่าน วิธีการนี้ท่านจะสะดวกใจมากกว่า เพราะอันที่จริงท่านก็คง
มิได้ต้องการเงินจำนวนนั้นหากแต่อยากเห็นการเอาใจใส่ที่ลูกๆ มีต่อท่าน
(3) เข้าใจการเปลี่ยนแปลงตามวัย และควรที่จะปฏิบัติต่อท่านให้เหมาะกับความ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
(4) จงไตร่ตรองก่อนที่จะพูด และระวังทุกคำพูด หลีกเลี่ยงคำพูดที่จะทำให้ท่าน
เสียใจ เพราะแม้แต่คำว่า “หึ” (คำที่แสดงอาการไม่พอใจ)อิสลามก็ยังห้ามปราม แล้วนับประสา
อะไรกับคำพูดที่รุนแรงยิ่งกว่านั้น
(5) ร่ำลาแม่เป็นคนสุดท้ายก่อนออกเดินทาง แม่ควรจะเป็นคนสุดท้ายที่คุณเข้า
ไปพบก่อนออกเดินทาง ลาท่านด้วยตัวเองและอยู่กับท่านให้นานที่สุด พยายามทำให้ท่านมี
ความสุขที่สุดขณะที่คุณอยู่กับท่าน เพราะด้วยคำอุอาอ์ขอพรจากท่าน เป็นสิ่งที่คาดหวังว่าองค์
อัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้าจะทรงตอบรับ แต่หากคุณอยู่ต่างประเทศก็ควรบอกลาท่านทางโทรศัพท์
4
(6) เมื่อกลับจากการเดินทาง แม่จะต้องเป็นคนๆ แรกที่คุณไปหา ให้สลามท่าน อยู่
เป็นเพื่อนท่านให้ท่านสบายใจ ก่อนจะเดินทางกลับควรแจ้งท่านล่วงหน้าและควรหลีกเลี่ยงการ
กลับอย่างกระทันหันเพราะท่านอาจจะตกใจ เมื่อกลับมาถึงให้ไปหาท่านเร็วที่สุดไม่ว่าคุณจะกลับ
มาถึงเวลาใดก็ตาม ตราบใดที่ท่านยังไม่เห็นหน้าลูกตราบนั้นท่านจะยังคงห่วงและกระสับกระส่าย
อยู่นั่นเอง
(7) ในขณะที่อยู่ระหว่างการเดินทางพยายามโทรหาท่านทุกๆ วัน แม้จะเป็น
ช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม ด้วยคำพูดเพียงน้อยนิดของลูกสามารถบังเกิดความปีติยินดีและช่วยคลาย
กังวล อีกทั้งยังช่วยปัดเป่าความกลัวในใจท่านด้วย
(8) หากคุณอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกันกับท่านจงไปเยื่ยมเยียนท่านทุกๆ วัน
อย่าให้การงานของคุณเป็นอุปสรรค เพราะนี่เป็นอุตสาหะเพียงนิดหน่อยจากเรื่องเล็กน้อยที่สุดที่
คุณสามารถทำให้แม่ พยายามให้เวลากับท่านและพบปะกับท่านบ่อยที่สุดเท่าความรักที่ท่านมีต่อ
คุณ และไม่ใช่ว่าเมื่อไปเยี่ยมท่านแล้วกลับแสดงอาการรีบร้อน ไม่ทันได้นั่งเป็นสุขก็รีบดูนาฬิการีบ
กลับ เหมือนกับว่าการมาเยี่ยมท่านเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ แท้จริง สิทธิของมารดานั้นยิ่งใหญ่กว่าการงาน
ใดๆ
(9) แต่หากคุณมิได้อาศัยอยู่ในเมืองเดียวกันกับท่าน จงใช้ประโยชน์จากระบบ
การสื่อสารโทรหาท่านทุกวันอย่าให้ขาด
(10) สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถมอบให้มารดาคือการทำดีต่อคนที่ท่านรัก และคน
ที่ท่านรักที่สุดก็คือลูกๆ ของท่านนั่นเองหรือพี่น้องของคุณ จงทำตัวสนิทชิดใกล้กับพี่น้อง คอย
ช่วยเหลือพวกเขาในทุกๆ เรื่อง แม่จะมีความสุขเพียงใดเมื่อได้เห็นผลของการทุ่มเทอบรมสั่งสอน
ลูกๆ งอกเงยออกดอกให้ท่านได้ชื่นชม และได้เห็นลูกๆ อยู่พร้อมเพรียงกัน
(11) จุมพิตศรีษะของท่าน มือของท่าน เท้าของท่าน การจุมพิตคือการนำพา
ความสุขเข้าสู่หัวใจท่านในระดับมหาศาลแม้จะเป็นการกระทำที่สามัญก็ตาม ข้าพเจ้ายังจำคำของ
ดร.มัยซาเราะฮฺ ฏอฮิรฺ ได้ดี เธอกล่าวว่า ข้าพเจ้าจุมพิตศรีษะมารดาข้าพเจ้า มือของท่าน และเท้า
ของท่าน มาวันนี้ลูกๆ ของข้าพเจ้าก็จุมพิตศรีษะของข้าพเจ้า เท้าของข้าพเจ้า และมือของข้าพเจ้า
เช่นกัน
(12) อบรมสั่งสอนลูกคุณให้รู้จักความสูงส่งของมารดาด้วยคำพูดและการ
กระทำ ทำให้ลูกเห็นว่าคุณปรนนิบัติมารดาคุณอย่างไร คุณให้เกียรติท่านแค่ไหน และปล่อยให้ลูก
คุณปรนนิบัติคุณและมารดาของคุณเช่นนั้น
5
(13) พยายามทำในสิ่งที่ท่านต้องการ จัดหาสิ่งของที่ท่านต้องการ นี่เป็นอีกวิธีการ
หนึ่งที่เราสามารถใกล้ชิดและบรรเทาความโกรธของท่าน
(14) ทำตามคำมั่นสัญญา เมื่อสัญญาแล้วจงทำตามสัญญา ไม่เช่นนั้นก็อย่าได้ให้
สัญญากับท่านเสียแต่แรก
(15) ให้คุณค่าทุกความสำเร็จของคุณเป็นผลมาจากความช่วยเหลือของ
พระองค์อัลลอฮฺจากนั้นก็เป็นผลจากการอบรมสั่งสอนของมารดา ท่านจะรู้สึกภูมิใจและ
ปลื้มปีติปานใดที่ความสำเร็จของลูกมาจากการเฝ้าอบรมของท่าน ทุกๆ ความสำเร็จของลูกก็คือ
ความสำเร็จของแม่ด้วยเช่นกัน
(16) หลีกเลี่ยงการต่อปากต่อคำกับมารดาแม้คุณจะเป็นฝ่ายถูก จงใช้วิธีการที่
ละมุนละม่อมเพื่อเสนอความคิดของคุณหากเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่หากเป็นเรื่องปลีกย่อยก็ให้ปล่อย
เป็นไปตามความต้องการของท่าน เพราะการรับฟังความคิดเห็นของท่านย่อมสำคัญกว่า
(17) อย่าดูแคลนความเห็นของมารดาต่อหน้าผู้อื่น หรือต่อหน้าพี่น้องของคุณไม่
ว่าแม่ของคุณจะอยู่ตรงนั้นหรือไม่ก็ตาม เพราะไม่ว่าใครย่อมไม่อยากฟังคำพูดที่ดูแคลนตน
มิหนำซ้ำการกระทำเช่นนั้นก็บ่งบอกถึงความไร้มารยาทอย่างมาก
(18) อย่าดูถูกมารดา หรือลดเกียรติท่านในบางเรื่องที่ท่านไม่มีความรู้ พยายามให้
ความรู้ท่านเกี่ยวกับเรื่องนั้นในทางอ้อมเหมือนว่าคุณเองก็ไม่มีความรู้เรื่องนั้นเช่นเดียวกัน
(19) หลีกเลี่ยงการหัวเราะเสียงดังต่อหน้ามารดา หรือการพูดเสียงดัง, การส่ง
สายตาไม่สบอารมณ์, การแสดงอาการโกรธ, การแสดงอาการบูดบึ้ง การกระทำเหล่านั้นล้วนทำให้
ท่านไม่สบายใจทั้งสิ้น
(20) มารดาควรจะเป็นคนๆ แรกที่ทราบเกี่ยวกับความสำเร็จของคุณ ให้ท่าน
รู้สึกว่าท่านเป็นคนแรกที่ได้เห็นคุณมีความสุข การได้เห็นลูกมีความสุขย่อมจะนำพาความสุขให้แม่
ด้วยเช่นกัน วิธีนี้ยังจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับคุณอีกด้วย ท่านจะได้รู้สึกว่าคุณ
ยังคงต้องการท่านอยู่เสมอแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม
(21) ให้ความสำคัญกับสุขภาพของมารดา หากแม่คุณเป็นผู้สูงอายุจงเตรียม
อุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นเครื่องวัดความดัน เครื่องวัดระดับน้ำตาล อุปกรณ์ใช้ลุกหรือนั่ง
หรือจะเป็นอุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็น
(22) พามารดาไปตรวจสุขภาพทุกเดือน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
6
(23) ให้ความสำคัญกับความต้องการของมารดาตามช่วงอายุของท่าน เช่น วัย
ผู้ใหญ่ย่อมจะต้องมีความจำเป็นและความต้องการเช่นผู้ใหญ่ วัยสาวก็อาจจะต้องการสิ่งใดที่
เหมาะกับช่วงอายุของท่าน ดังนั้นเป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องสรรหาสิ่งเหล่านั้นดังที่แม่ของคุณเคย
ช่วยเหลือคุณเมื่อคุณยังเล็ก
(24) เมื่อมารดาเจ็บป่วย แสดงให้ท่านเห็นว่าคุณก็เจ็บปวดไปกับท่านด้วย และเมื่อ
ท่านหายป่วยก็ทำให้ท่านเห็นว่าคุณดีใจแค่ไหน จงอยู่เคียงข้างท่านตลอดเวลา เอามือของคุณไป
วางไว้บริเวณที่ท่านเจ็บและอ่านโองการอัลกุรอานและหะดีษ(วจนะของท่านศาสนทูต) มันจะช่วย
ให้ท่านหายป่วยด้วยพระประสงค์อัลลอฮฺ
(25) เมื่อมารดาป่วยพยายามปลอบโยนและทำให้ใจท่านสงบ บอกท่านว่าท่าน
จะต้องกลับไปแข็งแรงดังเดิม อย่าให้ท่านรับรู้ข่าวใดๆ เกี่ยวกับสุขภาพที่อาจจะย่ำแย่ของท่าน หรือ
จะเป็นเรื่องใดก็แล้วแต่ที่จะทำให้ท่านระคายเคือง จงปลอบโยนท่านด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าการ
เจ็บป่วยนั้นเป็นเรื่องปกติ อาการเจ็บป่วยคือหนทางที่พระองค์จะทรงชำระล้างความผิดของเราและ
เมื่อชำระเสร็จสิ้นเราก็จะกลับไปแข็งแรงเหมือนเดิม
(26) จ้างแพทย์เฉพาะทางมารักษามารดาที่บ้าน หรือพาท่านไปหาหมอหากท่าน
ยังคงพอไปได้ และทำความเข้าใจกับหมอด้วยว่าช่วยให้กำลังใจท่าน อาการของท่านมันเล็กน้อย
และจะดีขึ้นในอีกไม่ช้า
(27) ช่วยมารดาสานสัมพันธ์ อาจจะเป็นการพาท่านไปเยี่ยมเพื่อน หรือญาติๆ
เพราะท่านจะรู้สึกสบายใจหากมีโอกาสได้ไปเยี่ยมญาติๆ หรือเพื่อนๆ มันยังสามารถยกระดับ
ความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นขึ้นและถือเป็นการแสดงถึงความฏออัต(เชื่อฟัง)ต่ออัลลอฮฺ ซึ่ง
มารยาทในการไปเยี่ยมเยียนใครนั้น ควรจะมีอะไรติดไม้ติดมือไปฝากคนที่เราไปเยี่ยมด้วย
(28) เตรียมกล่องเฉพาะให้มารดา ภายในกล่องอาจจะบรรจุขนมนมเนย ลูกอม
ของเล่น หรือของขวัญเล็กๆ เผื่อหากมีหลานๆ มาเยี่ยม ท่านจะได้แจกของเหล่านั้นให้หลานๆ ได้
เพราะเด็กๆ มักจะชอบขนมและของเล่นอยู่แล้ว เมื่อได้รับก็อยากจะมาเยี่ยมย่าหรือยายของพวก
เขาอีก
(29) เมื่อมารดามีธุระต้องเดินทางไกล พยายามติดต่อท่านตลอดเวลาจนกว่าท่าน
จะถึงที่หมาย และหากท่านต้องค้างแรมก็พยายามติดต่อท่านสม่ำเสมอ
(30) อย่าเอาเรื่องไม่สบายใจของคุณไปเล่าให้มารดาฟัง หรือโอดครวญถึงความ
เจ็บปวดของคุณให้ท่านได้ยิน เพราะจะทำให้ท่านไม่สบายใจเปล่าๆ สิ่งที่ควรทำคือบอกท่านว่าการ
งานของคุณราบรื่นดี พระองค์จะทรงช่วยทำให้มันดีขึ้น และคุณเองก็มีกำลังใจดีมาก
7
(31) ไม่ควรให้มารดาทราบเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวของคุณ ลูกเปรียบเสมือน
กล่องดวงใจของแม่ เมื่อทราบว่าลูกกำลังมีปัญหา ด้วยความเป็นแม่ย่อมที่จะพยายามหาทางออก
ให้ลูกไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตามเพื่อความสุขของลูก ดังนั้นเพื่อเป็นการดีแก่ทั้งชีวิตครอบครัวและ
ตัวแม่ของคุณจงอย่านำปัญหาครอบครัวไปบอกท่าน
(32) อย่าชื่นชมภรรยาต่อหน้าแม่บ่อยๆ ไม่ว่าภรรยาของคุณจะเป็นคนดีแค่ไหน
หรือแม้จะเป็นการเล่ารายละเอียดชีวิตแต่งงานของคุณก็ตาม เช่นคุณได้ทำอะไรให้ภรรยาบ้างหรือ
ภรรยาคุณให้ทำอะไรให้คุณบ้าง เพราะแม่อาจจะน้อยใจเมื่อรับรู้ว่ามีหญิงอื่นสำคัญต่อชีวิตลูก
มากกว่าตน ท่านจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนลงทุนลงแรงแต่สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์กลับเป็นคนอื่น
ดังนั้นจงรักษาความสัมพันธ์ให้เหมาะสมทั้งแม่และภรรยาของคุณ
(33) ในทางตรงกันข้ามคุณก็ไม่ควรที่จะชื่นชมแม่คุณต่อหน้าภรรยาคุณเช่นกัน
แน่นอนว่าคุณสมควรที่จะให้เกียรติแม่สูงที่สุด แต่ก็อย่าได้นำภรรยาคุณไปเปรียบเทียบกับแม่คุณ
เด็ดขาด เพราะทั้งแม่และภรรยาต่างก็อยู่ในสถานะที่ไม่เหมือนกันและลักษณะของสัมพันธภาพก็
ไม่เหมือนกัน หน้าที่รับผิดชอบและสิทธิที่คุณจะต้องให้แก่ทั้งสองก็ต่างกัน ซึ่งก็จะต้องสมบูรณ์ไม่
ขาดตกบกพร่อง
(34) หลีกเลี่ยงการตัดสินปัญหาระหว่างพ่อกับแม่ของคุณ มันไม่มีความจำเป็นที่
คุณจะต้องเข้าไปตัดสินปัญหาของท่านทั้งสอง จงแสดงออกอย่างเหมาะสม และพยายามสมาน
สัมพันธ์ของท่านทั้งสองในทางอ้อม
(35) อย่าวิจารณ์การแต่งกายของมารดา ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษ์ภายนอก, รสนิยม,
วิธีการแต่งตัว, หรือจะเป็นการเข้าสังคม หากคุณเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นมันประเจิดประเจ้อและเกรงว่า
คนอื่นจะเอาไปวิจารณ์ ก็ควรบอกท่านโดยใช้วิธีที่แยบคายที่สุดเพื่อท่านจะได้ไม่รู้สึกอายและ
เสียใจ
(36) ต่อหน้าแม่ทำให้ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพี่น้องของคุณ
ยังคงแน่นแฟ้น แม้อันที่จริงแล้วกำลังมีปัญหากัน การทะเลาะระหว่างพี่น้องเป็นสิ่งที่ทำให้แม่
เสียใจที่สุด
(37) ไม่ว่าสภาพชีวิตคู่ของพ่อแม่คุณจะเป็นอย่างไร อย่าได้สนับสนุนพ่อของคุณ
ให้แต่งงานใหม่ แม้นั่นคือทางออกที่ดี หากจะสนับสนุนก็ให้ทำในทางลับอย่าได้เปิดเผยให้แม่คุณรู้
(38) ให้ความรู้ทางศาสนาแก่มารดาด้วยวิธีที่แยบคายและนุ่มนวล ไม่ว่าจะเป็น
การซื้อเทปให้ฟัง หนังสือศาสนา หรือพาไปฟังการสอนศาสนาตามสถานที่ต่างๆ
8
(39) อย่าขัดท่านหากท่านจะไปฟังการสอนศาสนา คุณควรจะพาท่านไปฟังการ
เรียนการสอนตามสถานที่ที่เปิดสอน จัดเตรียมกำหนดการสอนต่างๆ หรือในโอกาสพิเศษทาง
ศาสนา หรือจะเป็นรายการสอนศาสนาทางทีวี
(40) ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คุณจะทำดีต่อแม่ คือ ช่วงเวลาการทำอิบาดะฮฺ หากคุณมี
โอกาสไปประกอบพิธีหัจญ์หรืออุมเราะฮฺพร้อมแม่ของคุณ นั่นคือโอกาสดีที่คุณสามารถช่วยเหลือ
และเอาใจใส่ท่าน จับมือประคองท่านยามเมื่อท่านต้องการไปทำธุระที่ใดหรือคอยเตือนท่านถึงสิ่ง
กีดขวางตามถนน คอยสังเกตและระวังท่านตลอดเวลา
(41) ขอให้ท่านยกโทษให้พี่น้องของคุณ ยามเมื่อพวกเขาทำผิดหรือเมื่อการอบรม
ของท่านเข้มงวดเกินไป เพราะความผิดพลาดที่พวกเขาทำลงไปนั้นมาจากการยั่วยุของชัยฏอน ใน
ไม่ช้าอัลลอฮฺก็จะทรงชี้ทางสว่างให้พวกเขาเอง
(42) อย่าขยายความผิดที่คนอื่นกระทำต่อท่านให้มันใหญ่โต ไม่ว่าคนพวกนั้นจะ
เป็นญาติสนิท เพื่อนๆ หรือลูกๆ แต่จงช่วยกันลดทอนแรงกระทบกระเทือนหรือความเจ็บปวดที่จะมี
ต่อท่าน
(43) อย่านำข่าวร้ายมาบอกโดยไม่มีการอารัมภบทล่วงหน้า และห้ามโทรบอก
ข่าวร้ายทางโทรศัพท์ ทางที่ดีทีสุดคือให้มาเจอท่านด้วยตัวเอง หลังจากให้สลามและพูดคุย
เล็กน้อยถึงค่อยบอกข่าวคราวนั้น และคอยย้ำเตือนท่านถึงผลบุญของผู้ที่มีความอดทน
(44) สตรีเพศนั้นแม้จะมีอายุมาก แต่ก็ยังชื่นชอบคำพูดไพเราะอ่อนหวานและเคล้า
อารมณ์ ดังนั้นหากเป็นไปได้ก็จงสรรหาอะนาชีดดีๆ ให้ท่านฟัง โดยเฉพาะหากเสียงนั่นเป็นเสียงลูก
ของท่าน ท่านก็จะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว
(45) อย่าเน้นถึงความชราภาพของท่าน หรือพยายามทำให้ท่านรู้สึกว่าตนเองหมด
สภาพไม่สามารถทำอะไรที่จำเป็นได้อีก พยายามให้กำลังใจท่าน ให้ท่านรู้สึกว่าตนเองยังคง
กระปรี้กระเปร่า คอยอยู่เคียงข้างในทุกช่วงวัยของท่าน
(46) อย่าขัดท่านในเรื่องความสวยความงามของสตรีเพศ แม้ว่าท่านจะอายุมาก
แล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอม เครื่องสำอาง เสื้อผ้าสวยๆ หรือจะเป็นเสื้อผ้าออกงาน จงช่วยให้ท่าน
กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
(47) หากพ่อคุณมีภรรยาหลายคนและพวกนางก็มีปัญหาระหว่างกัน อย่าได้ชื่น
ชมภรรยาคนอื่นต่อหน้าแม่คุณเป็นอันขาด หรือไปตัดสินอะไรต่อหน้าแม่คุณถึงแม้ว่าภรรยาของ
พ่อคุณคนนั้นจะเป็นฝ่ายถูกก็ตาม ทางที่ดีที่สุดในกรณีเช่นนี้คืออย่าได้แสดงความเห็นใดๆ แต่ให้
9
ทำตัวเป็นสะพานเชื่อมระหว่างพวกนาง และอย่าแสดงออกว่าคุณเห็นด้วยหรือเอนเอียงไปด้าน
ภรรยาพ่อคุณคนใดให้แม่คุณเห็น
(48) อย่าชื่นชมการอบรมของแม่คนอื่นต่อหน้าแม่คุณจนเกินเลย หรือจะเป็น
การหวังว่าจะได้รับการอบรมเช่นลูกๆ ของคนอื่น หรือหวังที่จะได้รับตำแหน่งเช่นที่ลูกคนอื่นได้รับ
เพราะนั่นเป็นการดูถูกแม่ของคุณและบ่งบอกว่าคุณไม่พอใจกับการอบรมเลี้ยงดูที่แม่คุณได้เคย
ทุ่มเทให้กับคุณมาตลอดชีวิตของนาง
(49) ในขณะที่สนทนากับแม่ จงให้ความสนใจเป็นพิเศษ ประสาทสัมผัสทั้งหมดก็
ควรจะจดจ้องอยู่ที่การสนทนา ตรงไหนควรจะหัวเราะก็หัวเราะ หรือตรงไหนเป็นเรื่องเศร้าก็ควร
แสดงออกบ้าง อย่าได้เป็นคนไม่มีความรู้สึกขณะที่สนทนากับท่าน
(50) ยิ้มให้ท่านเสมอ หรือจะเป็นการหยอกล้อในขอบเขตอันสมควร แต่หากใน
สถานการณ์ที่ตึงเครียดคุณก็ควรจะมั่นคง ตื่นตัวตามสถานการณ์
(51) บอกเล่าความเป็นไปของสถานการณ์โลกให้มารดาทราบ หรือจะเป็นการ
เล่าเรื่องดีๆ ที่ท่านชอบให้ฟัง หากเป็นข่าวของลูกๆ ท่านจะยิ่งชอบมาก
(52) ชื่นชมการอบรมของมารดาที่มีต่อลูกๆ และการเสียสละต่างๆ
(53) บอกให้มารดาทราบว่าความหวังอันสูงสุดในชีวิตคุณ คือการทำให้ท่านมี
ความสุข และความพึงพอใจของท่านคือสิ่งที่คุณต้องการ ให้ท่านได้รับรู้ว่าคุณจะเป็นบ่อเกิดแห่ง
ความสุขให้กับท่าน เพราะถ้าคุณทำได้นั่นย่อมหมายถึงคุณได้ทำให้ฝันของท่านเป็นจริง และการที่
ท่านได้เห็นความฝันของลูกๆ เป็นจริงก็เพียงพอที่จะบังเกิดความเป็นสุขให้แก่ท่าน
(54) ทำดีต่อตายายของคุณหากท่านยังมีชีวิตอยู่ การช่วยแม่ปรนนิบัติท่านทั้งสอง
ถือเป็นการทำดีเช่นกัน หรือหากท่านทั้งสองเสียชีวิตไปแล้วจงพยายามปฏิบัติคุณความดีต่างๆ
อุทิศให้ท่านทั้งสองเช่นการขอดุอาอ์ การบริจาคทานให้ และอื่นๆ อันจะยังผลให้ตายายของคุณ
เป็นสุขและจะพึงพอใจในแม่ของคุณ ท่านศาสนทูตมุหัมมัด (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) กล่าวว่า
“เมื่อลูกหลานอาดัมจบชีวิตลง การงานของเขาทุกสิ่งจะถูกตัดขาดนอกจากสามสิ่ง คือ
การบริจาคทานที่ถาวร ความรู้ที่ยังประโยชน์แก่ผู้อื่น และดุอาอ์จากลูกกตัญญู”
(55) ทำทานสาธารณะกุศลเพิ่มคุณความดีให้มารดา ไม่ว่าจะเป็นการร่วมลงขัน
สร้างมัสยิด,อุปการะเด็กกำพร้า ให้การสนับสนุนกิจกรรมท่องจำอัลกุรอาน และการช่วยเหลือคน
ยากคนจน
10
(56) เมื่อได้ยินมารดาเอ่ยถึงความใฝ่ฝันของท่าน หรือสิ่งของใดก็แล้วแต่ที่มีความ
เกี่ยวข้องกับท่าน จงรีบเร่งจัดการและทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาด้วยความสามารถที่คุณมี อย่ารีรอให้
ท่านเอ่ยปาก
(57) มารดาควรจะอยู่เหนือทุกการงานของคุณ รวมไปถึงเพื่อนๆ หรือแม้แต่ภรรยา
และลูกๆ ของคุณ
(58) เชิญมารดามาเที่ยวที่บ้าน พยายามให้ท่านค้างคืนที่บ้านคุณ ท่านจะได้มีสิ่ง
ใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตบ้าง และท่านย่อมจะมีความสุขกับการเอาใจใสของลูกๆ
(59) พามารดาไปเที่ยวพร้อมครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นครอบของคุณหรือไปพร้อม
ญาติพี่น้องของคุณ การท่องเที่ยวจะทำให้ท่านกระฉับกระเฉงและมีความสุข
(60) พามารดาไปทานอาหารในภัตตาคารดีๆ การไปรับประทานอาหารดีๆ ไม่ได้มี
การจำกัดอายุ หรือหากแม่เขินอายจงคะยั้นคะยอให้ท่านไปโดยใช้เหตุผลที่ดี
(61) พามารดาไปเที่ยวห้างร้าน หรือพาไปที่ร้านค้าหรูหราต่างๆ นั่นอาจจะเป็นหนึ่ง
ในความฝันของท่าน แล้วทำไมคุณไม่ทำให้ความฝันของท่านเป็นจริงด้วยมือของคุณ
(62) จัดหาของขวัญที่เหมาะสมกับเพศชาย แม่จะได้มอบให้พ่อของคุณในโอกาส
ต่างๆ นี่เป็นการทำดีที่มีผลต่อส่วนรวม
(63) ชื่นชมบิดาให้มารดาได้ยิน ท่านจะภูมิใจหากได้ยินสิ่งนั้นจากปากของคุณ
(64) ชื่นชมการจัดการภายในบ้านของมารดา หรือจะเป็นการปรนนิบัติที่ท่านทำให้
พ่อของคุณ พยายามให้กำลังใจท่าน และทำให้ท่านรู้สึกมั่นใจในตนเอง
(65) ลูกสาวมักจะสนิทกับมารดามากกว่าลูกชาย ดังนั้นจงเก็บความลับของแม่ไว้
ให้ดี หากเป็นไปได้ก็ควรปรึกษาแม่ในเรื่องที่เป็นความลับ และต้องเข้าใจนิสัยของแม่ด้วย พยายาม
ใกล้ชิดท่านเสมือนท่านเป็นเพื่อนคนหนึ่ง
(66) มารดาหวังจะพึ่งลูกชายในสถานการณ์วิกฤตต่างๆ จงทำตัวเป็นเสาหลักที่
มั่นคง พร้อมให้แม่พักพิงยามเจอมรสุมชีวิต จงอยู่เคียงข้างท่าน คอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจ และ
เสนอแนวทางดีให้ท่าน
(67) ปฏิบัติต่อพี่สาวหรือน้องสาวอย่างเอ็นดูและอ่อนโยน ปฏิสัมพันธ์กับพวก
หล่อนอย่างสุภาพ อาจจะให้ของขวัญบ้างในโอกาสพิเศษ แม่จะพึงพอใจการปฏิบัติเช่นนี้มาก
เพราะท่านชอบให้ผู้อื่นทำดีกับลูกสาวของท่าน
11
(68) จงให้เกียรติและภูมิใจกับการกระทำของมารดา เพราะในบางช่วงอายุท่าน
อาจจะกระทำบางอย่างที่ไม่เป็นที่ถูกใจของคนรอบกาย ดังนั้นจงยอมรับการกระทำของท่าน แต่
ทั้งนี้ก็จะต้องเป็นการกระทำที่อยู่ในกรอบของอิสลามและหลักปฏิบัติของสังคม
(69) สอนให้ลูกๆ รู้จักอ่อนน้อมต่อมารดาของคุณ อาจจะเป็นการใช้ให้ลูกๆ นำ
ของขวัญไปให้แม่คุณในโอกาสต่างๆ
(70) ยามแก่ชราคุณควรจะประคับประครองมารดา ใส่รองเท้าให้ท่าน หรือเป็นคน
นำทางท่านไปยังที่ต่างๆ เพราะไม่มีใครจะทำหน้าที่นี้ดีเท่าลูกของท่านอีกแล้ว
(71) จัดหาของสมนาคุณแก่ลูกคนใดที่ปฏิบัติตัวดีและคอยช่วยเหลือมารดา
ของคุณ หรืออาจจะจัดเป็นการแข่งขันใครเป็นคนที่ปรนนิบัติแม่ของคุณดีที่สุดในบรรดาลูกๆ
(72) มารดามักจะเอาใจใส่ดูแลบ้าน จงคอยช่วยเหลือท่านในการรักษาสภาพของ
บ้าน ซ่อมแซมหรือตกแต่งบ้านอยู่สม่ำเสมอ
(73) ห้องนอนถือเป็นสถานที่ๆ พิเศษสำหรับมารดา ตกแต่งห้องนอนของท่านให้
เหมาะสมกับท่าน หรือคุณจะให้ท่านเลือกตกแต่งห้องนอนเอง นอกจากห้องนอนแล้วห้องรับแขกก็
นับเป็นอีกห้องหนึ่งที่ท่านจะให้ความสำคัญ จงตกแต่งให้ดีที่สุด
(74) ทำดีและช่วยเหลือญาติพี่น้องของมารดา หากเป็นไปได้จงทำตัวเป็นสะพาน
เชื่อมระหว่างพวกเขา
(75) หากมารดามีงานอดิเรกที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ จงสละเวลาเพื่อสรรหาสิ่งจำเป็น
ที่ท่านต้องใช้ในการทำกิจกรรมนั้นๆ
(76) ในส่วนงานอดิเรกของคุณ จงผลิตงานอันสร้างสรรค์ให้ท่านโดยเฉพาะ เช่นหาก
คุณเป็นกวีก็จงเขียนบทกลอนให้ท่าน หรือหากคุณเป็นนักเขียนก็อาจจะเขียนเรื่องสั้นให้ท่าน
(77) ในบางสังคมมารดาชอบที่จะตั้งชื่อหลานเช่นเดียวกับชื่อของตน แต่ที่ไม่ทำ
อย่างนั้นก็เพราะไม่อยากจะเข้าไปก้าวก่ายชีวิตครอบครัวของลูกจึงปล่อยให้เป็นสิทธิของลูกที่จะ
เลือกตั้งชื่อ แต่อย่างไรแล้วการตั้งชื่อลูกคุณตามชื่อแม่ย่อมจะทำให้ท่านดีใจ และถือเป็นการสร้าง
ความสุขให้ท่านอีกทางหนึ่ง
(78) ยามขึ้นรถหรือยานพาหนะใดควรให้มารดาขึ้นเป็นคนแรก ยามลงก็ให้ท่าน
ลงก่อนเป็นคนแรกเช่นกันนอกเสียจากท่านต้องการความช่วยเหลือขณะลงจากรถ
12
(79) คำพูดที่สุภาพกับมารดา ไม่แข็งกระด้าง หรือเป็นคำพูดตลาด แต่ควรจะเป็น
คำพูดที่เพราะหูและสละสลวย
(80) อาจจะจัดให้มีการแข่งขันระหว่างลูกๆ และหลานๆ ของมารดา ใครจะ
เป็นคนที่ให้ของขวัญที่ดีทีสุดแก่แม่ เพื่อเป็นการปลูกฝังการทำดีและสำนึกในบุญคุณของแม่
รองลงมาจากองค์อัลลอฮฺ และเพื่อเน้นหนักถึงความสำคัญของคนเป็นแม่
(81) แสวงหาช่วงเวลาที่พระองค์ทรงตอบรับการขอดุอาอ์ และดุอาอ์ให้แม่ใน
ช่วงเวลานั้นบ่อยๆ
(82) บอกเล่าถึงความคิดเห็นและความตื่นเต้นของเพื่อนๆ ที่มีต่องานเลี้ยงที่แม่
คุณเป็นคนจัด หรืออาจจะเป็นความมีรสนิยมและความพิถีพิถันของแม่คุณที่ทำให้พวกเขา
ประทับใจไม่รู้ลืม
(83) อยู่เป็นเพื่อนมารดาโดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ การอ่าน
นิตยสารต่างๆ และงานอื่นๆ ที่ดึงความสนใจของคุณออกจากแม่
(84) ลูกสาวควรปล่อยให้แม่ได้รู้จักและติดต่อกับเพื่อนๆ ของพวกเธอด้วย
อย่ารู้สึกตะขิดตะขวงใจกับแม่ และอย่าได้ห้ามที่แม่จะติดต่อทำความรู้จักกับเพื่อนๆ ของพวกเธอ
ไม่ว่าจะด้วยการแสดงออกใดๆ หรือวิธีการใดๆ ก็ตาม
(85) ภูมิใจในตัวท่าน ในทุกๆ ที่และทุกๆ สถานการณ์
(86) เล่าเรื่องสอนใจเกี่ยวกับการทำดีต่อพ่อแม่ให้มารดาฟัง เรื่องพวกนี้ย่อมที่จะ
ทำให้รู้สึกสบายใจและมีความสุข
(87) ขอให้มารดาดุอาอ์ให้คุณเป็นลูกกตัญญู นี่เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าคุณยังให้
ความสำคัญกับท่าน และยังแสดงออกถึงความอ่อนน้อมของคุณ
(88) ขอดุอาอ์ให้มารดาพึงพอใจทุกการกระทำของคุณ และให้ท่านช่วยขอดุอาอ์
ให้คุณด้วยเช่นกัน สิ่งนี้จะทำให้ท่านรู้สึกถึงคุณค่าและความสำคัญของตน
(89) แข่งขันกันทำดีต่อแม่ จงแข่งขันกันทำดีต่อแม่อย่างสม่ำเสมอ จงทำตัวเป็นผู้นำ
ในเรื่องการทำดีต่อแม่ เพราะการทำดีย่อมส่งผลดี และการชี้แนวทางทำดีให้ผู้อื่น ผู้ที่ชี้แนะก็จะ
ได้ผลบุญเฉกเช่นที่เขาทำโดยที่ผลบุญของเขาไม่พร่อง
(90) อย่าขึ้นเสียงต่อหน้ามารดา อย่าดูถูกท่าน จงละเอียดอ่อนยามเมื่อท่านร้องขอ
สิ่งใดหรือยามที่คุณรับใช้ท่าน
13
(91) หากคุณอาศัยอยู่ในเมืองเดียวกันกับมารดา แต่ระยะทางระหว่างบ้านคุณกับ
บ้านแม่คุณค่อนข้างไกล จงพยายามหาที่อยู่อาศัยที่ใกล้บ้านท่านมากที่สุด เพื่อความสะดวกใน
การรับใช้และการไปเยี่ยมเยียนท่าน
(92) หรือแม้หากคุณทำงานอีกเมืองหนึ่ง ก็จงมุ่งมั่นในการไปเยี่ยมท่านทุกครั้งที่มี
โอกาส เพราะแม่อดทนเพื่อความสุขสบายของลูกมามากเท่าไหร่ อย่าทำให้ท่านต้องรอ ให้ท่านมี
ความสุขด้วยการพบหน้าลูก
(93) เมื่อไปเยี่ยมมารดาให้พาลูกๆ ไปด้วย เพราะหลานๆ ก็เปรียบเสมือนลูกของ
แม่เช่นกัน ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมท่านให้พาครอบครัวทั้งภรรยาและลูกๆ ไปด้วย เพื่อความแน่นแฟ้น
ระหว่างครอบครัวคุณและแม่ของคุณ อีกทั้งท่านจะได้มีความสุขกับการพบหน้าผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเป็น
เพียงความฝันของท่าน
(94) ในหลายๆ โอกาสคุณก็อาจจะต้องขัดใจและฝืนตนเองบ้าง ซึ่งก็ต้องนำเอา
ความจำเป็นของแม่, ความปราถนาของท่าน, และกิจการอื่นๆ ของท่านมาเป็นอันดับแรก แม้ว่า
ท่านจะไม่ได้แสดงออกถึงสิ่งเหล่านั้น เพราะการทำดีต่อแม่จะสมบูรณ์ได้นั้นก็ด้วยการทำให้ท่าน
พอใจโดยที่ท่านยังไม่ได้ร้องขอ
(95) พิจารณาตนเองในทุกๆ โอกาสและพิถีพิถันในทุกเรื่อง การทำดีต่อแม่
สมบูรณ์แล้วหรือไม่? หรือว่ามันยังขาดตกบกพร่อง? หรือคุณจะต้องกระทำการใดเพิ่มเติมเพื่อให้
ท่านพอใจ? สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะทำให้คุณสามารถเพิ่มปริมาณและคุณภาพการทำดีต่อแม่ให้ดี
ยิ่งขึ้น
(96) หัวใจคุณต้องวางอยู่บนความเชื่อมั่น ว่าคุณงามความดีที่คุณปฏิบัติต่อพ่อแม่
คุณในวันนี้จะย้อนกลับมาหาคุณในรูปแบบเดียวกันจากลูกคุณในไม่ช้าก็เร็ว จงทำดีต่อพ่อแม่เพื่อ
ชีวิตคุณจะได้มีความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
(97) เมื่อมารดาเจ็บไข้ได้ป่วย จงอยู่เคียงข้างท่าน เฝ้าสังเกตอย่าให้คลาดสายตา
สรรหาคนมาช่วยดูแลท่าน เอาใจใส่ท่านถามไถ่ถึงอาการของท่าน ยิ่งท่านอ่อนแรงลูกๆ ก็ยิ่งต้อง
ดูแลท่าน พระองค์อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดให้คนบางกลุ่มถูกโฉลกกับการทำดี จงเป็นหนึ่งในกลุ่มคน
เหล่านั้น และจงเป็นคนแรกๆ ในคนกลุ่มนี้
(98) ชื่นชมอาภรณ์ที่แม่เลือกใส่ ชื่นชมในรสนิยมและการเลือกที่ชาญฉลาดของ
ท่านต่อหน้าผู้คน ท่านจะรู้สึกภูมิใจ
(99) เล่าถึงประสบการณ์การท่องเที่ยวของคุณ เอารูปที่คุณถ่ายกับเพื่อนๆ มาร่วม
แชร์ความสุขกับท่าน เพราะการได้รับพรจากท่านก็เพียงพอแล้วสำหรับคุณ
14
(100) เปิดอกรับความโศกเศร้าของท่าน จงรับเอาข้อสังเกตของท่านด้วยหัวใจที่เปิด
กว้าง และนำไปปฏิบัติด้วยความรู้สึกที่น้อบน้อมและพึงใจ
(101) ปรึกษามารดาในการงานต่างๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำของท่าน
(102) นั่งอย่างสำรวมในงานพบปะที่มีมารดาอยู่ด้วยเพื่อให้เกียรติท่าน
(103) การรับประทานอาหารร่วมกับมารดาควรทานอาหารอย่างมีมารยาท ตัก
อาหารและเครื่องดื่มที่ท่านชอบให้
(104) เรียนรู้ตัวตนของมารดา และปฏิสัมพันธ์ให้เหมาะสมกับความเป็นแม่ของท่าน
เรียนรู้ที่จะเข้าใจแนวทางการดำเนินชีวิตของท่าน อะไรที่เป็นความสุขและความชื่นชอบของท่านก็
จงจัดสรรให้
(105) สำหรับลูกสาวจงอย่านำความวุ่นวายในชีวิตครอบครัวของตนเองมาเป็น
ข้ออ้างละเลยการปรนนิบัติแม่ของตน อย่าให้ปัญหาครอบครัวมาขัดขวางการทำดีต่อแม่ของเรา
แม่นั้นแม้จะมีลูกสักกี่คนแต่ลูกสาวย่อมมีสถานะแห่งหนเฉพาะที่ในใจแม่ ลูกสาวเปรียบเสมือนที่
ปรึกษาเฉพาะของบรรดาแม่
(106) ความต้องการบางประการของมารดา บางครั้งก็สุดความสามารถที่ลูกชายจะ
เข้าใจได้ จึงเป็นหน้าที่ของลูกสาวที่จะต้องสังเกตและจัดหาให้แม่
(107) เมื่อพาหลานๆ ไปเยี่ยมมารดา จงระวังอย่าให้ลูกๆ ของคุณรื้อหรือทำลายข้าว
ของภายในบ้านท่านจนจะต้องมานั่งจัดและซ่อมแซมในภายหลัง มันจะทำให้ท่านไม่สบายใจ แต่
ท่านอาจจะได้แต่เก็บเงียบไว้เพื่อความสบายใจของลูก
(108) แต่เมื่อปรากฏว่าลูกๆ ของคุณได้ทำลายข้าวของในบ้านท่านไปบางส่วน เป็น
หน้าที่ของคุณที่จะต้องจัดหาสิ่งนั้นหรือที่ดีกว่ามาทดแทนโดยเร็ว
(109) จิตใจคนป่วยย่อมทรุดตามอาการ ดังนั้นเราผู้เป็นลูกจึงควรไปเยี่ยมเยียน
มารดาในโอกาสเช่นนี้ ช่วยท่านผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านั้น แต่ก็ต้องระวังไม่ให้การไปเยี่ยมในคราว
เดียวกันมากๆ สร้างความรำคาญให้ท่าน
(110) หากครอบครัวคุณมีลูกหลานเยอะก็ควรที่จะจัดตารางเยี่ยมเยียนมารดา การ
ไปเยี่ยมเยียนท่านในคราวเดียวกันทั้งหมดย่อมไม่ดีแน่ เพราะจะทำให้ท่านรู้สึกรำคาญแต่ก็ไม่
สามารถแสดงออกได้
15
(111) ครอบครัวใดที่มีลูกหลานมาก การพบปะก็ควรจะหาสถานที่ๆ เหมาะสม
อาจจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ หรืออาจจะจัดเป็นทริปเที่ยว ไปสวนสาธารณะ หรือสวนอื่นๆ เพราะ
ยิ่งแก่ตัวแม่ก็ยิ่งไม่สามารถจะทนต่อเสียงเอะอะโวยวายได้
(112) การให้ทานกุศลสาธารณะนับว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสม ให้ถือว่าเป็น
ของขวัญที่ลูกมอบให้แม่เพื่อตอบแทนความดีที่ท่านเคยมีต่อเรา
(113) ลูกๆ ทุกคนย่อมมีความสามารถเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะมี
ความอดทนสูง บางคนอาจจะเป็นคนที่มีความคิดเฉียบแหลม บางคนอาจจะเป็นคนตลก และอื่นๆ
จะดีแค่ไหนถ้าลูกๆ ทุกคนรู้ว่าแม่เราชอบคนลักษณะนิสัยอย่างไรเราจะได้พยายามนำเสนอสิ่งนั้น
เพื่อให้ท่านมีความสุข
(114) นานปีทีหน ผูกพันมากขึ้น น่าจะใช้ได้กันกับหลายๆ สถานการณ์ แต่อาจจะใช้
ไม่ได้กับความผูกพันระหว่างแม่กับลูก เพราะแม่ไม่เคยเบื่อหน่ายที่ได้เห็นหน้าลูก หากคุณต้องการ
เพิ่มพูนความรักระหว่างแม่กับคุณก็จงหมั่นไปเยี่ยมท่าน
(115) จัดหาอุปกรณ์สื่อสารและสอนการใช้งานให้มารดา ค่าโทรคุณก็ควรเป็นคนจ่าย
คุณจะได้ผลบุญทั้งในแง่การทำดีต่อท่านและในแง่ผู้คนที่สามารถติดต่อท่าน
(116) และหากมารดาของคุณใช้โทรศัทท์มือถืออยู่แล้ว คุณควรส่งข้อความที่มี
ความหมายดีๆ ให้ท่าน ข้อความดีๆ จากลูกย่อมทำให้ท่านเป็นสุข
(117) เมื่อมารดามีอายุมากขึ้น ควรจะตระเตรียมของขวัญเพื่อมอบให้เพื่อนๆ ของ
ท่านในโอกาสต่างๆ อาจจะเป็นของพื้นเมืองห่อสวยงาม
(118) ควรจะเริ่มการสนทนาด้วยการให้สลามยามโทรหามารดา อย่ารีบคุย ควรจะ
นิ่งฟังสิ่งที่ท่านพูด ยามสนทนาก็ควรจะเล่าสิ่งดีๆ ในชีวิตคุณให้ท่านฟัง เล่าด้วยความสุขไม่ต้องรีบ
ร้อนหรือกลัวเสียเวลา และให้ท่านเป็นคนวางหูโทรศัพท์ก่อนคุณ
(119) ในที่ชุมนุมที่มีมารดาอยู่ด้วย คุณควรทำตัวสุภาพมีมารยาท ไม่พูดเสียงดัง
หรือทะเลาะกัน หรือพูดสิ่งใดที่ท่านไม่ชอบ
(120) เมื่อกลับจากต่างประเทศควรจะมีของฝากให้ท่าน อาจจะเป็นของขวัญจาก
การเดินทางซึ่งท่านจะเป็นสุขเมื่อเห็นคุณกลับมา
(121) สถานที่ๆ มารดาเติบโตหรือสถานที่ๆ ท่านเคยใช้ชีวิตช่วงที่เริ่มมีครอบครัว เรา
เคยคิดที่จะพาท่านไปเยี่ยมสถานที่นั้นอีกครั้งหรือไม่ เพื่อให้ท่านได้ย้อนความหลังให้กับตนเอง มัน
คงเป็นจะสวยงามอย่างยิ่งหากท่านสามารถย้อนกลับไปสัมผัสช่วงชีวิตในวัยเด็กและวัยรุ่น
16
(122) ย้ำเตือนพี่น้องถึงความสำคัญของคุณความดี ส่งเสริมให้พวกเขาแข่งขันใน
การทำความดีซึ่งก็จะทำให้ทุกฝ่ายมีความสุข
(123) หากพ่อแม่คุณแยกทางกัน จงอย่าทำให้ใครคนใดคนหนึ่งจากทั้งสองท่านต้อง
พบกับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์จากตัวคุณ
(124) เมื่อเกิดมีปัญหาครอบครัว พยายามหาทางออกด้วยแนวทางสันติเพื่อ
หลีกเลี่ยงการล่มของชีวิตคู่
(125) หากมารดาแต่งงานกับชายคนใหม่ จงให้เกียรติเขาและมีปฏิสัมพันธ์กับเขา
อย่างเหมาะสม ในส่วนแม่ก็จงหมั่นให้ของขวัญท่านในโอกาสต่างๆ
(126) และหากมารดาคุณแต่งงานกับชายคนใหม่ จงให้เกียรติเขาและปรึกษาเขาใน
การงานที่คุณเห็นว่าเหมาะสม และจงรับฟังคำแนะนำจากเขา
(127) พยายามติดต่อทางโทรศัพท์กับผู้ที่มารดายกย่องและให้ความสำคัญกับ
เขา และปล่อยให้แม่ได้พูดคุยกับเขาเองด้วย
(128) เมื่อท่านอายุมากขึ้นจงเอาใจใส่สุขภาพที่อ่อนแอของท่าน จับมือท่านเดิน
จัดหาสิ่งที่ท่านต้องการโดยไม่ขาดตกบกพร่อง
(129) เมื่อมารดามีความคิดที่ไม่ตรงกับคุณ อย่ามีทิฐิที่จะยึดถือแต่ความคิดของ
ตัวเอง แม้ว่าความคิดของแม่จะไม่ถูกต้องนัก นอกจากว่าความคิดของท่านจะขัดต่อหลักการ
อิสลาม หากเป็นเช่นนั้นก็เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องนำเสนอความคิดตนเองด้วยวิธีที่ประณีตที่สุด
โดยพยายามหาวิธีเลี่ยงมิให้แม่ของคุณยืนกรานบนทิฐิและความหลงผิดของท่าน
(130) หากมารดาเป็นคนที่ชอบอ่านนิตยสาร คุณควรจะสมัครสมาชิกนิตยสารนั้น
เสีย ถือเป็นของขวัญมอบให้แม่
(131) มอบเงินให้แม่ใช้บ่อยๆ อย่าให้ท่านต้องเอ่ยปาก
(132) หากจะซื้อสิ่งของจำเป็นหรือเครื่องอำนวยความสะดวกใดให้แม่ อย่าให้
กังวลกับเรื่องราคาค่างวดจนเกินไป ให้ถือว่านั่นคือของขวัญที่คุณจะมอบให้แม่
(133) และหากมารดาคุ้นเคยกับการใช้งานบัญชีธนาคาร ก็ควรจะเปิดบัญชีให้ท่าน
และสอนท่านถึงการใช้งานเครื่องถอนเงิน โดยมอบสิทธิการใช้ประโยชน์จากบัญชีดังกล่าวให้ท่าน
(134) หากคุณทำผิดต่อท่านในบางเรื่อง จงขอความช่วยเหลือจากคนที่แม่ให้เกียรติ
เพื่อเป็นตัวกลางในการเข้าไปขอโทษแม่
17
(135) เมื่อท่านแก่ตัวลง อย่าใช้สรรพนามใดที่บ่งบอกว่าท่านนั้นแก่แล้ว เช่นคำว่า ยาย
, ย่า, หรือ ผู้สูงอายุ เพราะอาจจะทำให้ท่านรูสึกระคายเคือง จงระวังเรื่องนี้ให้มาก
(136) หากมารดากระทำการใดที่ไม่เหมาะไม่ควรในชีวิตการแต่งงานของท่าน จง
เลี่ยงที่จะให้คำแนะนำโดยตรง แต่จงใช้วิธีการอื่นที่ไม่ทำให้ท่านรู้สึกถูกดูถูก
(137) พยายามคิดหาวิธีการใหม่ๆ ที่จะทำดีต่อท่าน จงสังเกตจากผู้ที่มีความ
กตัญญูรอบๆ ตัวคุณ พยายามเลียนแบบการทำดีของพวกเขา
(138) จุดเพียงพอในการทำดีต่อมารดาไม่ควรมีคำว่าสิ้นสุด แต่ให้สำนึกไว้ว่าสิ่งที่
เราทำให้ท่านนั้นหากเทียบกับสิ่งที่ท่านทำให้เราแล้วเทียบกันไม่ได้เลย จงแสวงหาแนวทางที่ดีที่สุด
ที่จะทำดีต่อท่าน
(139) ไม่ว่าการกระทำของมารดาจะเป็นเช่นไร อย่าดูถูกการกระทำ, ความคิด,
และคำชี้แนะของท่านแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม แต่ควรจะ
แนะนำและหยอกเล่นกับท่านในบางโอกาส
(140) อย่าพูดขัดขณะที่ท่านกำลังพูด หรือแทรกขึ้นขณะที่ท่านกำลังสนทนา หรือฟัง
คนอื่นขณะที่ท่านกำลังพูดกับคุณ จงตั้งใจฟังในสิ่งที่ท่านพูด
(141) ศึกษาหะดีษที่กล่าวถึงผลการทำดี หรือชีวประวัติของลูกกตัญญูทั้งหลาย มัน
จะทำให้คุณมีกำลังใจที่จะทำดีมากขึ้น
(142) เมื่อเห็นคนได้รับการทดสอบจากพระองค์อันเนื่องความอกตัญญูของเขา จง
กล่าวว่า “การสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ ผู้ซึ่งทำให้ข้าพระองค์ห่างไกลจากสิ่งที่เขาผู้นั้นถูกทดสอบ”
เพราะคำกล่าวนี้จะทำให้คุณห่างไกลจากการทดสอบอันหนักหน่วงของพระองค์
(143) ในวงสนทนาพบปะของมารดาอย่าหันหลังให้ท่าน (ไม่สนใจ) หรือทำตัวออก
ห่าง หรือให้แม่คุณเลือกคนอื่นเพื่อคอยช่วยเหลือท่าน ในสถานการณ์เช่นนั้นจงทำตัวพร้อมเสมอที่
จะให้ความช่วยเหลือและพร้อมตอบรับการเรียกใช้ของท่านให้ทันท่วงที
(144) เมื่อมารดาประสงค์จะออกไปเดิน หารองเท้าให้ท่านใส่ คอยช่วยพยุงท่าน
ขณะที่สวมรองเท้า จับมือท่านไว้ ซึ่งคุณควรจะฝึกให้เป็นนิสัย
(145) อย่าเป็นคนสุดท้ายที่รับทราบเรื่องราวของแม่ หรือเป็นคนสุดท้ายที่กล่าวอวย
พรให้ท่านในโอกาสต่างๆ จงรีบเร่งเป็นคนแรกๆ ในเรื่องเหล่านี้ เพราะมันบ่งบอกถึงความสำคัญ
และการเอาใจใส่ของคุณที่มีให้กับแม่
18
(146) ในขณะที่ท่านกำลังโกรธและต่อว่าคุณนั้น อย่าเถียงท่าน หรือหาเหตุผลมา
โต้แย้ง อดทนไว้ก่อนแล้วค่อยหาโอกาสที่เหมาะสมเพื่ออธิบายเหตุผล และหากคุณเป็นคนผิดก็จง
ขอโทษและจุมพิตศรีษะท่านเพื่อขออภัย
(147) มารดาบางคนถูกพระองค์อัลลอฮฺทดสอบด้วยเป็นคนอารมณ์ร้อน คุณ
จะต้องอดทน พยายามทำตัวให้เคยชิน และวิงวอนจากพระองค์ให้แม่คุณเลิกเป็นคนอารมณ์ร้อน
และวิงวอนจากอัลลอฮฺเพื่อให้การอดทนของคุณเป็นผลตอบแทนในตาชั่งแห่งความดีงามของคุณ
ในโลกหน้า
(148) เขียนนิสัยต่างๆ ของแม่คุณลงในกระดาษ และตามด้วยวิธีการรับมือกับนิสัย
เหล่านั้น คุณจะได้เข้าถึงการทำดีและได้รับความรักจากท่านง่ายขึ้น
(149) สังเกตบุคคลรอบตัว มีคนมากเท่าไหร่ที่ขาดแม่ พวกเขาไม่มีโอกาสทำดีต่อแม่
แล้วทำไมคุณถึงไม่พยายามทำดีกับแม่อย่างเต็มที่ในขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ จงทำดีต่อท่านก่อนที่
คุณจะไม่มีโอกาส
(150) ยามที่ท่านล้มป่วย จงเลื่อนการเดินทางของคุณออกไป และหยุดแผนงานทุก
อย่างไว้ก่อน จงให้ความสำคัญกับท่าน เพราะท่านจะรู้สึกดียามที่ได้เห็นลูกๆ อยู่เคียงข้าง
พี่น้องที่รัก ...
นี่เป็น 150 วิธี แนวทางปฏิบัติดีต่อแม่ จงนำไปไตร่ตรองและพิจารณาก่อนนำไปใช้ หาก
มันเหมาะสมและดีต่อคุณก็ขอจงนำมันไปปฏิบัติเถิด
ท้ายนี้ ขอให้องค์อัลลอฮฺทรงประทานโอกาสการทำดีต่อมารดา และขอจงทรงอภัยในความ
บกพร่องและเลินเล่อในทุกการงานของบ่าว
สุลัยมาน บิน ศุก็อยรฺ อัศ-ศุก็อยรฺ
ผู้เขียน

0 ความคิดเห็น:

เงื่อนไข การมีผู้ปกครองในการแต่งงานให้สตรี




           การให้สตรีมีสิทธิ์เลือกคู่ครองที่เหมาะ สมกับนางนั้นไม่ได้หมายความว่าปล่อยให้นางกระทำได้ตามอำเภอใจ  ในการแต่งงานกับใครก็ได้ที่นางประสงค์ ถึงแม้ว่าในการกระทำดังกล่าวจะเป็นพิษภัยต่อบรรดาญาติใกล้ชิดและครอบครัวของ นาง แต่แท้ที่จริงแล้วนางนั้นจะผูกติดอยู่กับผู้ปกครอง โดยที่เขาจะควบคุมการเลือกของนาง  ชี้แนะในเรื่องราวต่างๆ และจัดการแต่งงานนั้นนางไม่สามารถจะแต่งงานให้กับตัวเองได้  แล้วหากนางแต่งงานให้กับตัวของนางเอง การแต่งงานนั้นก็ใช้ไม่ได้
เนื่องจากหะดีษที่มีในหนังสือสุนันทั้งหลาย จากอาอีซฺะฮฺ รอดิยัลลอฮุอันฮา  ที่ว่า
” สตรีใดที่แต่งงานให้กับตัวของนาง โดยไม่ได้รับอนุญาติของผู้ปกครองของนาง การแต่งงานของนางก็เป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้ “

 หะดีษติรมีซีกล่าวว่าเป็นหะดีษหะซัน และในสุนันทั้งสี่มีว่า
 “ไม่มีการแต่งงาน นอกจากจะมีวาลีเท่านั้น”
          สองหะดีษนี้ และหะดีษที่มีมาในความหมายของหะดีษทั้งสองนี้ บ่งบอกถึงว่าการแต่งงานจะไม่ถูกต้องนอกจากจะต้องมีผู้ปกครองเท่านั้น เพราะว่าเดิมทีของการปฏิเสธนั้น คือการปฏิเสธความถูกต้อง และติรมีซีกล่าวว่า
” เป็นการกระทำที่บรรดาผู้รู้ยึดถือ ซึ่งก็ได้แก่อุมัร อาลี อิบนุอับบาส อบูฮุร็อยเราะฮฺ และท่านอื่นๆ และในทำนองนี้มีการรายงานจากบรรดานักวิชาการ (นิติศาสตร์อิสลาม) ของบรรดาตาบีอีนว่า พวกเขาได้กล่าวว่า ไม่มีการแต่งงาน นอกจากจะต้องมีผู้ปกครอง ซึ่งเป็นคำกล่าวของอิมามซฺาฟีอี อะฮฺหมัด และอิสหาก”
(โปรดดูอัลมุฆฺนี เล่มที่ 6 หน้าที่ 449)


จากหนังสือ"คำเตือนในเรื่องกฎต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ บรรดาหญิงผู้ศรัทธา"

0 ความคิดเห็น:

การรับฟังความคิดเห็นของสตรีในการจัดการแต่งงาน




           สตรีที่ต้องการจัดการแต่งงานให้กับนางนั้น จะมีอยู่สามสภาพด้วยกัน  คือเป็นผู้ที่มีอายุน้อยที่ยังไม่ได้ผ่านการแต่งงาน, เป็นผู้ที่บรรลุศาสนภาวะที่ยังไม่ได้ผ่านการแต่งงาน , หรือเป็นผู้ที่ได้ผ่านการแต่งงานมาแล้ว  และแต่ละคนนั้นก็จะมีข้อชี้ขาดเฉพาะ

1. ผู้ที่ยังไม่ได้ผ่านการแต่ง งานที่มีอายุน้อย
          ไม่มีความขัดแย้งกันแต่ประการใด ระหว่างบรรดานักวิชาการว่าพ่อของงานนั้นมีสิทธิที่จัดการแต่งงานให้แก่เธอโดยที่ไม่มี การอนุญาติจากเธอ ทั้งนี้เนื่องจากว่าไม่มีการอนุญาติใดๆสำหรับเธอ  และอีกอย่างหนึ่งก็คือ
"อบูบักรอัศศิดดีกรอดิยัลลอฮุอันฮุ  ได้จัดการแต่งงานให้กับลูกสาวของท่าน อาอีชะอ์ รอดิยัลลอฮุอันฮา ให้แก่ท่านรอซูล ซ็อลลัลลอฮุอาลัยฮิวาซัลลัม  ในขณะที่เธอมีอายุได้หกขวบ และให้เธอได้เข้าร่วมห้องหอกับท่านในขณะที่เธอมีอายุได้เก้าขวบ"
(บุคอรี และมุสลิม)
 อิมามเซฺากานี  ได้กล่าวไว้ใน ไนลุลเอาฏอร เล่มที่ 6 หน้าที่ 128-129 ว่า
ในหะดีษข้างต้นบ่งบอกว่าให้จัดการแต่งงานลูกสาวของตนก่อนที่ จะบรรลุศาสนภาวะได้  และเขาได้กล่าวเช่นเดียวกันว่า ในหะดีษนั้นบ่งบอกถึงว่า  อนุญาติให้จัดการแต่งงานสตรีที่อายุยังน้อยให้แก่ชายที่มีอายุมากได้ ซึ่งอิมามบุคอรี ได้จัดหมวดหมู่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว  โดยได้นำเอาหะดีษของอาอีชะอฺมากล่าว  และเล่าไว้ในหนังสือ  อัลฟัตหฺว่า  , มีการเห็นพ้องต้องกันในเรื่องดังกล่าว”
 ท่านอิบนุกุดามะฮฺได้กล่าวไว้ในอัลมุฆนี  เล่มที่ 6 หน้า 487 ว่า.....
” นักวิชาการทุกคนที่เราได้จดจำจากพวกเขาได้เห็นพ้องต้องกันว่าการที่พ่อของตน ได้จัดการแต่งงานให้ลูกสาวของตน  ที่มีอายุน้อยนั้น มันเป็นสิ่งที่ทำได้  เมื่อเขาได้จัดการแต่งงานเธอให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติครบ.....
 “ และในการจัดการแต่งงานให้แก่อาอีชะฮ์  รอดิยัลลอฮุอันฮา ลูกสาวของอบูบักร  รอดิยัลลอฮุอันฮฺ ในขณะที่เธออายุได้หกขวบให้แก่ท่านรอซูล ซ็อลลัลลอฮุอาลัยฮิวาซัลลัมนั้น มันเป็นการโต้ตอบพวกที่ปฏิเสธการแต่งงานผู้ที่มีอายุน้อย ให้กับผู้ที่มีอายุมาก พวกเขาทำให้เกิดภาพที่เสียหายในเรื่องดังกล่าว และถือว่ามันเป็นสิ่งน่าเกลียดและอันนี้ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากความโง่เขลาของพวกเขาหรือว่าพวกเขาเป็นผู้ที่บ่อนทำลาย”

2. สตรียังไม่ได้ผ่านการแต่งงาน ที่บรรลุศาสนภาวะแล้ว
           สตรียังไม่ได้ผ่านการแต่งงานที่บรรลุศาสนภาวะนั้นจะแต่งงานให้แก่นางไม่ได้ นอกจากจะต้องได้รับอนุญาติจากเธอเสียก่อนเท่านั้น และการอนุญาตของเธอนั้นคือการนิ่ง เนื่อง จากท่านนบี ซ็อลลัลลอฮูอาลัยฮิวาซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า
”และสตรีที่ยังไม่ได้ผ่านการแต่งงานนั้นจะไม่มีใครแต่งงาน ให้แก่เธอได้ นอกจากจะมีการขออนุญาติจากเธอเสียก่อน
พวกเขากล่าวว่าโอ้ท่านรอซูล  แล้วการอนุญาติของเธอเป็นอย่างไร?  ท่านกล่าวว่า คือการนิ่งของเธอ”
(บุคอรี และมุสลิม)  
ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการอนุญาตจากนางถึงแม้ว่า ผู้ที่แต่งงานให้เธอจะเป็นพ่อของเธอก็ตาม  ตามทัศนะที่ถูกต้องจากทั้งสองทัศนะของบรรดาผู้รู้
 อัลลามะฮฺอิบนุก็อยยิม ได้กล่าวไว้ในอัลฮัดยฺ เล่มที่ 5  หน้าที่ 96 
และนี่คือคำกล่าวส่วนใหญ่ของสะลัฟ  และแนวความคิดของอบูหะนีฟะฮฺและอะฮฺหมัดในรายงานหนึ่งจากท่าน และก็เป็นคำกล่าวหนึ่งที่เรานำเอามาใช้ในการปฏิบัติตามศาสนาของอัลลอฮฺ  ซึ่งเราไม่เชื่อสิ่งอื่นใดนอกเหนือมัน  และเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับข้อชี้ขาดของท่านรอซูล ซ็อลลัลลอฮุอาลัยฮิวาซัลลัม  ในการสั่งใช้ของท่านและการสั่งห้ามของท่าน “

3. ส่วนสตรีที่ผ่านการแต่งงานมา แล้ว
          สตรีที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วก็ไม่มีใครมาแต่งงานให้แก่นางได้  นอกจากด้วยการอนุญาติของนางเท่านั้น และการอนุญาติของนางนั้นด้วยการพูดออกมา  ซึ่งตรงกันข้ามกับสตรีที่ยังไม่ได้ผ่านการแต่งงาน  และการอนุญาติของนางนั้นคือ การนิ่ง
 ท่านได้กล่าวไว้ในอัลมุฆฺนี เล่มที่ 6  หน้า 493 ว่า
“ ส่วนสตรีที่ได้ผ่านการแต่งงานมาแล้วนั้น เราก็สามารถทราบว่ามีความขัดแย้งกันในหมู่นักวิชาการ  ในการอนุญาติของนาง  ในการพูดออกมาดังหะดีษของท่านนบี ซ็อลลัลลอฮุอาลัยฮิวาซัลลัม และอีกอย่างหนึ่ง ลิ้นนั้นมันเป็น สิ่งที่จะแสดงออกถึงสิ่งที่มีอยู่ในหัวใจ  และมันเป็นสิ่งที่ถูกยึดถือ  ในทุกครั้งที่มีการขออนุญาต
 ไซฺยคุลอิสลามอิบนุไตยมียะฮฺ รอฮิมาฮุลลอฮฺ ได้กล่าวไว้ในมัจมั๊วอฺฟะตาวา   เล่มที่ 32 หน้าที่ 39-40 ว่า
“สตรีนั้นไม่สมควรแก่คนหนึ่งคนใดที่จัดการแต่งงานให้แก่ นางนอกจากด้วยการอนุญาติของนางเท่านั้น เหมือนกับที่ท่านนบี ซ็อลลัลลอฮุอาลัยฮิวาซัลลัม ได้กล่าวว่าหากนางไม่ชอบสิ่งดังกล่าว  ก็ไม่มีใครที่จะมาบังคับให้นางแต่งงานได้  นอกจากสตรีที่ยังไม่ได้ผ่านการแต่งงานมาก่อน ที่อายุน้อยเท่านั้น พ่อของเธอนั้นสามารถที่จะแต่งงานให้กับเธอได้  และเธอนั้นไม่มีการอนุญาติใดๆ ,
ส่วนสตรีที่บรรลุ ศาสนภาวะ ที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วนั้น ก็ไม่อนุญาติให้แต่งงานโดยไม่มีการอนุญาตจากนาง ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือเป็นคนอื่นก็ตาม  ด้วยการเห็นพ้องต้องกันของบรรดามุสลิม, เช่นกันสตรีที่บรรลุศาสนภาวะที่ยังไม่ได้ผ่านการแต่งงานมาก่อน คนอื่นที่ไม่ใช่พ่อ และปู่ของนาง จะมาบังคับให้แต่งงานไม่ได้ ส่วนพ่อและปู่นั้น ก็สมควรสำหรับเขาทั้งสองที่จะขออนุญาตจากนาง”
           บรรดาผู้มีความรู้ คิดเห็นที่แตกต่างกันไปในเรื่องของการขออนุญาติว่า เป็นสิ่งที่เป็นวาญิบหรือเป็นการส่งเสริมให้กระทำ
          และที่ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งที่วาญิบ และจำเป็นต่อผู้ปกครองของสตรี ที่จะต้องมีความยำเกรงต่ออัลลอฮฺ ในเรื่องของผู้ที่เขาจะจัดการแต่งงานนางให้กับเขา  และมองดูคู่ครองของนางว่าเขามีคุณสมบัติครบหรือไม่ เพราะแท้จริงแล้วเขาแต่งงานให้นาง ก็เนื่องจากผลประโยชน์ของนาง  ไม่ใช่ผลประโยชน์ของเขาเอง
 
จากหนังสือ"คำเตือนในเรื่องกฎต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ บรรดาหญิงผู้ศรัทธา"

0 ความคิดเห็น:

อ่านเถอะบ่าวของ อัลลอฮฺทั้งมวล

Asalamualaikum

(บทความจากอีเมล)

Read only if you have time for ALLAH
อ่านมันสิ ! หากคุณคิดว่ามีเวลาพอเพื่อ

'อัลลอฮฺ'...
Let me tell you,make sure you read all the way to the bottom.
ขอบอกนะ...คุณควรจะอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ...

I almost deleted this email but I was blessed when I got to the end
ฉันเองก็เกือบ จะลบเมลนี้ออกแล้ว...
....แต่ฉันก็ได้รับพรเมื่อฉันอ่านไปจนถึงบรรทัดสุดท้าย...

ALLAH , when I received this e-mail, I thought...
อัลลอฮฺ...พอฉันได้รับเมลนี้ ฉันก็คิดว่า...

I don't have time for this... And, this is really inappropriate during work.
ฉันคง ไม่มีเวลาสำหรับสิ่งนี้หรอก...
...และฉันก็คงไม่รู้สึกยินดีกับมันขณะ ที่จิตใจของฉันยังอยู่กับงาน

Then, I realized that this kind of thinking is...Exactly, what has caused lot of the problems in our world today.
แต่แล้ว...ฉัน ก็ตระหนักว่า...
...คิดแบบนี้แหละ...ที่เป็นต้นตอของ ปัญหามากมายในโลกนี้...

We try to keep ALLAH in MASJIDS on FRIDAY...
เรา มักพยายามที่จะเก็บ'อัลลอฮฺ'ไว้ใน มัสยิดตอนวันศุกร์...

Maybe, FRIDAY night...
บางที...ก็แค่คืนวันศุกร์...

And, the unlikely event of a MAGHRIB SALLAH.
และอาจเป็นช่วงเวลาอันแสนยากเย็นของมัฆ ริบ...

We do like to have Him around during sickness...
เรามักชอบที่จะรำลึกถึงพระองค์..(รับรู้ ถึงการมีพระองค์ข้างกาย)...
...ในยามป่วย...ไข้...

And, of course, at funerals.
และ...แน่นอน...ในพิธีงานศพของใครสัก คน...

However, we don't have time, or room, for Him during work for pray...
อย่างไรก็ ตาม...เราก็ไม่มีเวลา..หรือที่ว่างเพียงเล็กๆ ในที่ทำงาน
....เพื่อละหมาดให้รำลึกถึงพระองค์

Because.. That's the part of our lives we think... We can, and should, handle on our own.
เพราะ...เราคิดว่างาน...เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต...เราทำได้...
...เราควรทำ...ก็เราต้องจัดการกับชีวิต เราด้วยตัวเราเองนี่....

May ALLAH forgive me for ever thinking...
ขอ'อัล ลอฮฺ'ได้โปรดอภัยให้กับฉันที่เคยคิด...

That... there is a time or place where..
ว่า...มี'เวลา'...'สถานที่' ที่...

HE is not to be FIRST in my life.
พระองค์จะไม่ใช่'ที่ หนึ่ง'ในชีวิตของฉัน...

We should always have time to remember all HE has done for us.
เราควรรำลึกได้เสมอถึงสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ได้ประทานแก่เรา...

Pass this on ONLY IF YOU MEAN IT!!
ส่งเมลนี้ต่อนะ...หากคุณตระหนักได้ จริง!!

Yes, I do Love ALLAH.
ใช่...ฉันรักอัลลอฮฺ...

HE is my source of existence and Savior.
พระองค์คือผู้ให้ชีวิตและคือผู้ช่วย เหลือ...

He keeps me functioning each and every day. Without Him, I will be nothing.
พระองค์ คือผู้ที่ให้ฉันได้ดำรงอยู่...
....หากไร้ซึ่งพระองค์...ฉันก็ไร้ซึ่งคุณค่าใด...

This is the simplest test.
นี่...คือบททดสอบที่แสนธรรมดาเป็นที่ สุด...

If You Love ALLAH ... And, are not ashamed of all the marvelous things HE has done for you...
หากคุณคือผู้ที่รัก'อัลออฮฺ' และ....
.....ไม่ได้รู้สึกละอายกับสิ่งดีงามต่างๆ ที่พระองค์ประทานให้มา...

Send this to ten people and the person who sent it to you!
ส่งเมลนี้ ต่อไปให้กับคนสัก 10 คนซิ!แล้วอย่าลืมส่งคืนคนที่ส่งถึงคุณด้วย..!

Now do you have the time to pass it on?
เอาหละ...คิดว่าพอจะมีเวลาเพื่อส่ง ต่อให้ใครๆ รึยัง?

Make sure that you scroll through to the end.
เช็คสักนิดนะว่า...ข้อความที่ส่งมีครบ ตั้งแต่ต้นจนจบ...

Easy or Hard
ง่าย..หรือ ยาก...

Why is it so hard to tell the truth but Yet so easy to tell a lie?
ทำไมมันถึงได้ ยากนักที่จะพูดความจริง..
....แต่กลับแสนง่ายดายที่จะพูดเท็จ?

Why are we so sleepy in THE MASJID but Right when the sermon is over we suddenly wake up?
ทำไมเราถึงง่วงหาวเกินทนในมัสยิด...
.....แต่กลับเบิกตาตื่นโพลงเมื่อเทศนาธรรม จบลง?

Why is it so easy to delete a HOLY e-mail, but yet we forward all of the nasty ones?
ทำไมจึงง่ายดายนักที่จะลบเม ลศาสนา...
....แต่กลับส่งต่อเมลขยะไร้สาระได้เสียทั้งหมดที่มี?

Of all the free gifts we may receive, Prayer is the very best one....
ในบรรดาของขวัญ ที่เราอาจได้รับ...
....การละหมาด(การวิงวอนต่างๆ)นั่นแหละคือชิ้นที่วิเศษที่สุด...

There are no costs, but wonderful rewards...
ไม่มีราคาติดป้าย...แต่ผลตอบแทนเกิน คณา...

Notes: Isn't it funny how simple it is for people to NOT BELIEVE IN ALLAH and then wonder why the world's going to hell.
ข้อชวนคิด :
น่าตลกมั้ยล่ะที่เป็นเรื่องธรรมดาเสียเหลือเกินที่คนคนหนึ่ง...
..จะไม่ศรัทธาใน'อัล ลอฮฺ'แต่กลับข้องใจว่า...
....ทำไมโลกถึงกำลังดิ่งลงสู่นรก?

Isn't it funny how someone can say 'I believe in ALLAH ' but still follow Satan (who, by the way, also 'believes' in ALLAH ).
แล้วมันก็น่าขำอีกมั้ยล่ะที่คนบางคน...
...บอกใครๆได้เต็มคำว่า 'ฉัน ศรัทธาในอัลลอฮฺ' ...
.....แต่กลับยังคงเดินตามแนวทางของชัยฏอน?

Isn't it funny how you can send a thousand jokes through e-mail and they spread like wildfire, but when you start sending messages regarding ISLAM , people think twice about sharing?
แปลกมั้ยล่ะที่คนเราสามารถส่งเมลตลกได้ เป็นร้อย...
....แล้วมันก็แพร่หลายได้รวดเร็วดังสายฟ้าแลบ...
.....แต่พอจะเริ่มต้นส่งข้อความที่เกี่ยว กับ 'อิสลาม' ....
......คนเราก็มักคิดแล้วคิดอีก..?

Isn't it funny how when you go to forward this message, you will not send it to many on your address list because you're not sure what they believe, or what they will think of you for sending it to them.
น่าขำมั้ยหละ..ที่เมื่อคุณตัดสินส่งต่อเมลนี้...
...คุณจะไม่ส่งถึงใครหลายคนที่มีชื่อ อยู่ในเมลลิสท์ของคุณ...
......เพราะคุณไม่แน่ใจว่าเขาศรัทธาในสิ่งนั้น...
........และคุณจะถูกเขามองยังไงที่ส่งเมลนี้ ไป...

Isn't it funny how I can be more worried about what other people think of me than what ALLAH thinks of me.
น่าขำมั้ยล่ะ...ที่ฉันกังวลกับความ คิดของคนอื่นที่จะมีต่อฉัน...
.....มากกว่าความคิดของ'อัลลอฮฺ'ที่จะ มีต่อฉัน..?

I MAKE DOA , for everyone who sends this to their entire address book, they will be blessed by ALLAH in a way special for them.
ฉัน ได้ขอพรต่ออัลลอฮฺให้กับทุกคนที่ส่งเมลนี้....
....ให้กับผู้คนใน Address bookของเขา...
.......พวกเขาจะได้รับพรจาก'อัลลอฮฺ'ด้วย วิธีการที่ดีสำหรับเขา

And send it back to the person who sent it, to let them know that indeed it was sent out to many more.
และส่งมันคืนกลับให้กับคนที่ส่งมา...
....เพื่อให้เขาได้รู้ว่า...เมลนี้..
......ได้ถูกส่งออกไป...ถึงใครๆ อีกหลายคนแล้ว...

-----------------------------------
Fulfill beautyful for this mail

จงเติมเต็มความงดงามให้แก่เมลฉบับนี้...
...Before forward to someone...
...ก่อน จะส่งต่อให้ใครบางคน...
...Before beg for beauty life...
...ก่อนจะร้องขอความงดงามใน ชีวิต...
...Before beg beautyful from ALLAH
...ก่อนจะร้องขอความงามจาก พระองค์...
...Before don't have time to beg...
...ก่อนจะไม่มีเวลาร้องขอ สิ่งใด...
...Before ur time is up...
...& u wanna beg only forgiveing...
...that forgot ALLAH in the past...
...ก่อนเวลาที่ท่าน จะ ร้องขอเพียงการแก้ไขในสิ่งที่ตนลืม อัลลอฮฺ(ซ.บ.)...
...Before last breath will lost...
...'AS-TAK-FIR' before everything too late
...ก่อนลมหายใจสุดท้ายที่จะ หมดลง ขออภัยก่อนที่จะไม่มีเวลาให้ท่านขอ...


0 ความคิดเห็น:

มุสลิมต้องอ่าน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
+++++++อ่านก่อน....ที่จะปิดหน้านี้ ............+++++++++++++++




من الآن....
เดี๋ยวนี้ เลย....



จงใช้คำ Masjid แทน คำ Mosque
ในทุกข้อ ความหรือบทความที่คุณเขียน

เพื่อนๆที่รักทุกคน ...ขอได้โปรดสังเกตความหมายเหล่านี้ครับ

หนึ่ง มัสยิด ในภาษาอังกฤษเรียกว่า MOSQUE
ซึ่งแปลว่า บ้านของยุง หรือ รังยุง
ฉะนั้นจำเป็นต้อง ใช้คำ Masjid แทน

สอง มักกะฮฺ จะเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า MECCA
ซึ่งมันแปลว่า บ้านหรือห้องสุรา
ฉะนั้น เราจำเป็นต้องใช้ คำ MAKKAH แทน


สาม ถ้าเราจะเขียนชื่อท่านนบี จงอย่าใช้แบบสั้นๆ โดยเขียนว่า Mohdเพราะ มันจะหมายถึง หมาที่มีปากกว้าง
ฉะนั้น จำเป็นต้องเขียนให้เต็ม คือ MUHAMMAD
(ขอ ความสันติ ความสูงส่ง จงมีแด่ท่าน )


ขอให้เพื่อนๆ ส่งข้อความนี้ไปยังเพื่อนอื่นๆ นะค่ะ เพื่อเป็นการตัซกีร และการตักเตือนซึ่งกันและกัน วัสสาลาม

0 ความคิดเห็น:

ปีใหม่คุณไปเที่ยวที่ไหนบ้าง กับใคร ? กรุณาอ่านด้วย..!!!!


1 มกราคม การเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่สากล กับเงื่อนงำที่แอบแฝงในประวัติศาสตร์ระหว่างมุสลิมกับคริสเตียน
ในทุก ๆ ปี พลเมืองโลกทั่วไปจะเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคมกันอย่างเอิกเกริก ในคืนสุดท้ายของปีซึ่งเรียกกันว่า “คืนส่งท้ายปีเก่า” จะมีการเตรียมการสำหรับนับถอยหลัง (Countdown) ในช่วงการเปลี่ยนวัน ณ เวลา 0 นาฬิกา (เที่ยงคืน) ซึ่งถือเป็นการขึ้นวันใหม่ตามอย่างสากล ผู้คนที่ร่วมเฉลิมฉลองในวันขึ้นปีใหม่นั้นต่างก็รู้เพียงว่านั่นคือวันที่ 1 ของปีใหม่ที่ควรจะยินดีและต้อนรับด้วยการเฉลิมฉลอง

ทว่าคงไม่มีผู้ ใดรับรู้หรือฉุกคิดหรอกว่า ทำไมหนอ พวกฝรั่งตะวันตกจึงกำหนดเอาวันที่ 1 มกราคมของทุกปีเป็นวันเฉลิมฉลองขึ้นปีใหม่ ทั้ง ๆ ที่ผู้นั้นอาจเป็นคนไทยที่ถือเอาช่วงวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตาม ธรรมเนียมปฏิบัติ หรือผู้นั้นอาจจะเป็นผู้มีเชื้อสายจีน ซึ่งก็มีวันขึ้นปีใหม่ตามคติจีนและมิใช่วันที่ 1 มกราคมแต่อย่างใด กระนั้นพวกเขาก็ร่วมเฉลิมฉลองในวันที่ 1 มกราคม ตามสากล (หรือตามฝรั่งตะวันตก) ได้อย่างสนิทใจ

ที่น่าเศร้าใจก็คือมีชาว มุสลิมเป็นจำนวนมิใช่น้อยที่เข้าร่วมในการเฉลิมฉลองนั้นด้วย ซึ่งนั่นก็ไม่น่าเศร้าใจเท่ากับการที่ชาวมุสลิมเหล่านั้นขาดภูมิความรู้ทาง ประวัติศาสตร์แห่งประชาชาติของตน จะด้วยเพราะไม่รู้หรือมิได้ฉุกคิดก็ตามทีจึงได้เผลอไผลเห็นดีเห็นงามจนเอา เป็นเหตุแห่งการเฉลิมฉลองร่วมกับเหล่าชนอื่น ทั้ง ๆ ที่ชาวมุสลิมนั้นมีวันรื่นเริงตามหลักการของศาสนาเป็นของตนเองอยู่แล้ว คือวันอีดอีดิลฟิฏริ และช่วงวันอีดิลอัฎฮา ตลอดจนมีปฏิทินทางจันทรคติในการกำหนดวันเดือนปีและมีศักราชเป็นของเฉพาะตน ซึ่งเรียกกันว่า ฮิจเราะฮฺศักราช

ต่อคำถามที่ว่า ทำไมหนอ พวกฝรั่งมังค่าจึงกำหนดเอาวันที่ 1 มกราคม ของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ อาจกล่าวได้ว่า เรื่องนี้น่าจะมีเงื่อนงำที่แอบ แฝง กล่าวคือ หากย้อนเวลากลับไปในอดีต เมื่อปี คศ.1492 ณ ดินแดนอัลอันดะลุส (Andalucia) ในสเปน ได้เกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาวมุสลิม คือ เหตุการณ์สูญเสียที่มั่นสุดท้ายของชาวมุสลิมในอาณาจักรฆอรนาเฏาะฮฺ (Granada) แก่อาณาจักรคริสเตียนสเปนซึ่งถูกรวบรวมให้เป็นหนึ่งภายหลังการ อภิเษกสมรสของเฟอร์ดินานด์ หรือ เฟอร์นานโดที่ 5 แห่งแคว้นอรากอน (Aragon) กับพระนางอิซาเบลล่า แห่งแคว้นกิชตาละฮฺ (Castile)

ในช่วงเวลานั้น อาณาจักรฆอรนาเฏาะฮฺ (Granada) มีกษัตริย์นามว่า อบูอับดิลลาฮฺ มุฮำหมัด อัซซ่อฆีร หรือที่ฝรั่งเรียกว่า อบูอับดิล (Abuabdi, Bodillah) เป็นผู้ปกครอง พวกคริสเตียนสเปนได้ยกทัพเข้าปิดล้อมนครฆอรนาเฏาะฮฺตั้งแต่ปี คศ.1491 การปิดล้อมเป็นไปอย่างหนักและต่อเนื่อง จนกระทั่ง อบูอับดิลลาฮฺ ยอมจำนนต่อฝ่าย คริสเตียนสเปนด้วยการยอมทำข้อตกลงกับฝ่ายคริสเตียนในการส่งมอบเมืองเป็น จำนวนถึง 67 ข้อซึ่งนับเป็นสนธิสัญญาที่ยืดยาวที่สุดฉบับหนึ่งในช่วงสิ้นสุดยุคกลางของ ยุโรป

การลงนามในสนธิสัญญาระหว่างสองฝ่ายเสร็จสิ้นอย่างเป็นทาง การในวันที่ 2 ร่อบีอุลเอาวัล ฮ.ศ.897 ตรงกับวันที่ 2 มกราคม คศ.1492 ซึ่งในวันเดียวกันนั้น กษัตริย์เฟอร์ดินานด์ที่ 5 กับพระราชินี อิซาเบลล่าก็ได้เสด็จเข้าสู่พระราชวัง อัลฮัมรออฺ (Alhambra) อันเป็นที่ประทับของกษัตริย์ อบูอับดิลลาฮฺ และมีการนำไม้กางเขนเงินขึ้นสู่ยอดโดมของมัสญิดในพระราชวัง กษัตริย์อบูอับดิลลาฮฺได้จุมพิตพระหัตถ์ของกษัตริย์คริสเตียนแห่งสเปนและ ดำเนินออกจากพระราชวัง

กษัตริย์อบูอับดิลลาฮฺได้หยุดทอดพระเนตรนคร ฆอรนาเฏาะฮฺเป็นครั้งสุดท้าย ณ เนินแห่งหนึ่งที่เรียกกันว่า เนินอัลบันดูล และร่ำไห้พร้อมสะอึกสะอื้น พระนางอาอิชะฮฺผู้เป็นพระมารดาจึงตะโกนบอกกับอบูอับดิลลาฮฺว่า “เจ้าจงร่ำไห้เยี่ยงอิสตรีต่ออำนาจที่สูญสิ้น เจ้าหาได้รักษามันไว้ได้ไม่เยี่ยงเหล่าบุรุษ” ชาวสเปนเรียกขานเนินแห่งนี้ว่า “การสะอื้นร่ำไห้ครั้งสุดท้ายของชาวอาหรับ” (el ultimo suspiro del Moro)

อาณาจักรฆอรนาเฏาะฮฺ หรือ แกรนาดา ที่มั่นสุดท้ายของชาวมุสลิมในอัลอันดะลุส (สเปน) ก็ปิดฉากลงพร้อมกับชัยชนะของฝ่ายคริสเตียนที่ขับเคี่ยวต่อสู้กับชาวมุสลิม หรือพวกมัวร์มาตลอดระยะเวลาร่วม 800 ปี ความจริงชาวมุสลิมได้สูญเสียฆอรนาเฏาะฮฺมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมของปีนั้น (1492) แล้ว เพียงแต่การสูญเสียอย่างเป็นทางการนั้นเกิดขึ้นในวันถัดมา คือ วันที่ 2 มกราคม 1492

และการสูญเสียนครฆอรนาเฏาะฮฺในปีดังกล่าวก็หา ใช่เป็นโศกนาฏกรรมที่แท้จริงไม่ หากแต่ว่าโศกนาฏกรรมที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นหลังจากนั้น เพราะเพียง 7 ปีให้หลัง (คศ.1499) เงื่อนไขอันเป็นข้อตกลงในสนธิสัญญาส่งมอบเมืองนั้นก็ถูกล บรรดามัสญิดถูกสั่งปิด การประกอบพิธีกรรมถูกสั่งห้าม การตั้งศาลพิเศษเพื่อตรวจสอบชาวมุสลิมที่ตกค้างอยู่ในฆอรนาเฏาะฮฺโดยฝ่าย ศาสนจักรก็มีขึ้น

มุสลิมถูกบังคับให้เข้ารีตในคริสต์ศาสนา ตำรับตำราทางวิชาการถูกเผาทำลายไม่เว้นแม้แต่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน มีการสั่งห้ามชาวมุสลิมพูดภาษาอาหรับและห้ามอาบน้ำ ดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดินแดนอิสลามกลับกลายมาเป็นดินแดนแห่งการปฏิเสธ โดยสิ้นเชิงบรรดามัสญิดที่สง่างามด้วยสถาปัตยกรรมอิสลามถูกแปรเปลี่ยนเป็น โบสถ์วิหารในคริสตศาสนาจนหมดสิ้น มุสลิมจำนวนหลายล้านคนจึงจำต้องอพยพละทิ้งถิ่นฐานของตนซึ่งเคยอาศัยและ รังสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองเอาไว้ตลอดระยะเวลาร่วม 8 ศตวรรษ

สงคราม ครูเสดในดินแดนตะวันออก (เยรูซาเล็ม ปาเลสไตน์) พวก คริสเตียนอาจจะพ่ายแพ้ต่อชาวมุสลิมนับแต่ชัยชนะของสุลตอน ซ่อลาฮุดดีน อัลอัยยูบีย์หรือสลาดินในการปลดปล่อยแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ แต่สงครามครูเสดในดินแดนอัลอันดะลุส มุสลิมเป็นฝ่ายปราชัย

อีกทั้ง ในปีเดียวกันนั้น (1492) คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ผู้ได้รับการอุปถัมภ์จากพระราชินีอิซาเบลล่าของสเปนก็สามารถค้นพบโลกใหม่ หรือทวีปอเมริกาได้สำเร็จ ศักราชแห่งการล่าอาณานิคมและความยิ่งใหญ่ของกองเรือ อมาด้าของสเปน และการผงาดขึ้นของมหาอำนาจทางทะเลอย่างโปรตุเกสก็เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการ ล่มสลายของการผูกขาดทางการค้าและการควบคุมเส้นทางการค้าทั้งทางบกและทางทะเล ของประชาคมมุสลิม

นี่กระมังเป็นสาเหตุที่พวกฝรั่งตะวันตกได้ถือเอา วันที่ 1 มกราคมเป็นวันเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามครูเสดที่มีต่อพวกนอกศาสนาอันหมายถึง ชาวมุสลิมโดยรวม ซึ่งช่างเหมาะเจาะกับช่วงเวลาก่อนหน้านั้นราว 1 สัปดาห์ ที่พวกเขาเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสในวันที่ 25 ธันวาคมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 1 มกราคม

การเฉลิมฉลองของชาวคริสเตียนในช่วงเวลานั้นโดยเฉพาะในปี คศ.1492 จึงเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะที่มีต่อชาวมุสลิมอย่างมิต้องสงสัย ถึงแม้ว่าเมื่อกาลเวลาผ่านล่วงเลยไปผู้คนในสมัยหลังจะหลงลืมไปแล้วว่า เพราะอะไรพวกฝรั่งชาวคริสต์จึงถือเอาวันที่ 1 มกราคมเป็นวันสำคัญของพวกเขาก็ตาม ในช่วงคริสต์มาสอีฟ ทำไมฝรั่งจึงมีธรรมเนียมกินไก่งวง ในทุกปีทำเนียบขาวจะจัดประเพณีการกินไก่งวงเพื่อขอบคุณพระเจ้า มีการปล่อยไก่งวงผู้โชคดีให้เป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วโลก

ชะรอยไก่ งวงที่ว่านี้ก็มีสัญลักษณ์แอบแฝงอยู่ พวกฝรั่งเรียกไก่งวงว่า เทอคิ (Turkey) ซึ่งหมายถึง ไก่แขกตุรกีและตุรกีในชั้นหลังก็หมายถึง พวกมุสลิมที่ต่อสู้ขับเคี่ยวกับพวกฝรั่งชาวคริสเตียนในการทำสงครามศาสนา (ครูเสด) การฆ่าไก่งวงเพื่อรับประทานเป็นอาหารในช่วงคริสต์มาสอีฟก็คือสัญลักษณ์ในการ พิฆาตพวกเติร์กหรือพวกคนนอกศาสนาที่หมายถึงมุสลิมนั่นเอง

ย้อนกลับ ไปยังอัลอันดะลุส (Andalucia) อีกครั้ง ในยุคที่ชาวมุสลิมหรือพวกมัวร์ (Moor) ปกครองสเปนและมีการสู้รบกับพวกคริสเตียนทางตอนเหนือนั้น มีการประกาศจากพระสันตะประปาแห่งกรุงโรมให้ชาวคริสเตียนทำสงครามครูเสดกับ ชาวมุสลิมในสเปนมาโดยตลอด นับตั้งแต่ครั้งกษัตริย์ชารล์ มาร์แตง ของพวกแฟรงก์ (ฝรั่งเศส) ทำศึกกับกองทัพของชาวมุสลิมที่ข้ามเทือกเขาพิเรนีสไปยังตอนใต้ของฝรั่งเศสใน สมรภูมิตูร บูวาติเยร์ (Tour-Poitiers) เมื่อปี ฮ.ศ.114 ตรงกับปี คศ.732 เป็นต้นมา

ดังนั้นการสู้รบของพวกคริสเตียนทางตอนเหนือของคาบสมุทรไอ บีเรีย (สเปน) กับชาวมุสลิมในอัลอันดะลุส จึงเป็นการทำสงครามครูเสดอย่างไม่ต้องสัย บ่อยครั้งที่พวกคริสเตียนในสเปนได้รับการสนับสนุนจากกองเรือรบของพวกครูเสด ซึ่งมีทั้งฝรั่งเศส,อังกฤษ,เยอรมันและอิตาลี (เวนิส-เจนัวร์) ในการศึกเพื่อเข้ายึดครองหัวเมืองชายทะเลในอัลอันดะลุส พวกคริสเตียนในยุโรปมิเคยละความพยายามในการร่วมมือกันทำการศึกกับชาวมุสลิม เลยนับแต่ยุคกลางจวบจนทุกวันนี้

ฉะนั้นชัยชนะของคริสเตียนในสเปนที่ สามารถขับไล่ชาวมุสลิมออกจากอัลอันดะลุสได้สำเร็จ จึงเป็นชัยชนะร่วมกันของคริสเตียนทั่วยุโรป เหตุนี้จึงไม่แปลกอันใดในการที่พวกเขาจะเฉลิมฉลองกันอย่างเอิกเกริกในวันที่ 1 มกราคมของทุกปี แต่สำหรับประชาคมมุสลิมแล้ววันที่ 1 มกราคมของทุกปีหาใช่เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองไม่แต่เป็นวันแห่งโศกนาฏกรรมและ ความสูญเสียที่ไม่มีวันคืนกลับ เราอาจจะสูญเสียอัลอันดะลุสไปแล้ว แต่ที่สำคัญขออย่าให้มุสลิมได้สูญเสียจิตวิญญาณและความเป็นอัตลักษณ์ของตน เพราะนั่นย่อมหมายถึงความอัปยศและความปราชัยอย่างที่สุดซึ่งจะไปโทษใครมิได้ เลยนอกจากตัวเอง

(لاحول ولاقوة إلابا لله )

อะลี อะฮฺหมัด อบูบักร มุฮำหมัด อะมีน อัลอัซฮะรีย์

10 มกราคม 2551

1 มุฮัรรอม 1429

(หมายเหตุ) เทศกาลปามะเขือเทศในสเปนนั้น ท่านทราบหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วก็คือการรำลึกถึงเหตุการณ์
”การอพยพของ ชาวมุสลิมออกจากบรรดาหัวเมืองที่ตกเป็นของฝ่ายคริสเตียนสเปน” เมื่อชาวมุสลิมละทิ้งบ้านเรือนของพวกตนและพากันอพยพออกจากเมือง ในระหว่างทางนั้นต้องเดินผ่านบ้านเรือนและชุมชนของชาวคริสเตียน ซึ่งพวกนั้นก็จะขว้างปาสิ่งของประดามีเข้าใส่กลุ่มชาวมุสลิมไม่เว้นแม้แต่ มะเขือเทศที่พวกเขาหยิบฉวยได้จากก้นครัว นี่คือที่มาของเทศกาลปามะเขือเทศในสเปนซึ่งเราเคยพบเห็นจากข่าวต่างประเทศ นั่นเอง

ที่มา http://www.sunnahstudent.com/forum/index.php?topic=3251.0

แล้ว คุณยังจะไปกันอีกหรือ???

ช่วยกันบอกต่อไปยังพี่น้องของเราอีกหลายคน ที่ยังไม่รู้กันด้วยนะ

ญะซากัลลอฮุ ค็อยร็อน ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนความดี

0 ความคิดเห็น: